สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ส.ค. ให้ขยายระยะเวลาการระงับขึ้นมาตรการภาษีต่างตอบแทนกับจีน ออกไปอีกอย่างน้อย 90 วัน จนถึงวันที่ 10 พ.ย. นี้ และย้ำว่า “เงื่อนไขทั้งหมดยังเหมือนเดิม”
ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่า การขาดดุลการค้าระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศ “เป็นภัยคุกคามที่ผิดปกติและร้ายแรง” ต่อความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลวอชิงตันจึงต้องการแก้ไขความไม่เท่าเทียมนั้น อย่างไรก็ดี จีน “ดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญเพื่อแก้ไขข้อร้องเรียน” ของสหรัฐแล้วบางส่วน
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) August 12, 2025
อนึ่ง สหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลง “สงบศึก” ทางการค้า จากการเจรจาร่วมกันที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยทั้งสองประเทศเห็นพ้อง ในการลดกำแพงภาษีเป็นเวลา 90 วัน ด้วยอัตราเท่ากัน คือต้องลดลงประเทศละ 115% หมายความว่า กำแพงภาษีของสหรัฐที่มีต่อสินค้าของจีน จะลดลงจาก 145% เหลือ 30% และกำแพงภาษีของจีนที่มีต่อสินค้าของสหรัฐ จะลดลงจาก 125% เหลือ 10% ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา
ในเวลาเดียวกัน สำนักข่าวซินหัวและสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน ( ซีซีทีวี ) เผยแพร่ถ้อยแถลงร่วมของผู้แทนสหรัฐและจีน จากการประชุมกันที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 ก.ค. ที่ผ่านมา และระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งจะขยายระยะเวลาพักการขึ้นภาษีกับสหรัฐออกไปอีกอย่างน้อย 90 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. โดยยังคงอัตราภาษีที่ 10%
ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า จีนต้องการให้มีการต่อเวลาแบบนี้ออกไปอีกเรื่อย ๆ แต่มีแนวโน้มสูง ว่ารัฐบาลปักกิ่งจะไม่ยอมอ่อนข้อ เนื่องจากครอบครองความได้เปรียบในด้านการส่งออกแร่ธาตุหายาก ยังคงเป็น “ไพ่ต่อรองใบสำคัญ” ที่จีนนำมาใช้กับสหรัฐได้ แต่สหรัฐจะยังคงเรียกร้องให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรหลายอย่าง โดยเฉพาะถั่วเหลือง.
เครดิตภาพ : AFP



