วันที่ 13 ส.ค. ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันนี้ (13 ส.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และจะเผยแพร่ผลการประชุมในเวลา 14.00 น. ผ่านเว็บไซต์ของ ธปท. ก่อนจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงเวลา 14.30 น.

ทั้งนี้ การประชุม กนง.ครั้งนี้ หลายคนต่างจับตาใกล้ชิด เพราะเป็นครั้งสุดท้ายของ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. โดยนักเศรษฐศาสตร์และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจต่างๆ ได้ประเมินผลการประชุมครั้งนี้มีทั้งให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% และมีให้ลดดอกเบี้ย 0.25% แตะระดับ 1.50%

สาเหตุหลักในการประเมินว่าลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ส่วนใหญ่มองว่าเงินเฟ้อไทยหดตัว และเศรษฐกิจต้องการเครื่องมือนโยบายการเงินมาขับเคลื่อนและเพิ่มแรงส่งให้เศรษฐกิจไทย ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากมาตรการการค้าสหรัฐ การส่งออก ปัจจัยการเมืองในประเทศ และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินว่า กนง. อาจตัดสินใจลดดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.50% ในการประชุมวันที่ 13 ส.ค. ด้วยมติไม่เป็นเอกฉันท์ ขณะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจนมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นผลของภาคส่งออกซึ่งสะท้อนการขึ้นภาษีของสหรัฐ อีกทั้งดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี หาก กนง. เลือกที่จะคงดอกเบี้ยในรอบนี้โดยอ้างเหตุผลว่าอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯเก็บกับไทยใกล้เคียงกับที่คาด และต้องการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด คาดว่าในกรณีนี้ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงในเดือน ต.ค. และ ธ.ค.

ด้าน TISCO Advisory ระบุว่า เงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือน ก.ค. ของไทยออกมาหดตัว -0.7%YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ -0.4% โดยเป็นการหดตัว 4 เดือนติดต่อกันและหดตัวต่ำสุดในรอบ 17 เดือน จากสินค้าเกษตรและสินค้ากลุ่มพลังงาน แนวโน้มเงินเฟ้อข้างต้นอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายราว 2 ครั้ง (รวมลด 0.5%) ในปีนี้ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 13 ส.ค., วันที่ 8 ต.ค. และวันที่ 17 ธ.ค.

TISCO Wealth Advisory ยังคงแนะนำลงทุนใน “กลุ่มหุ้นปันผลไทย” จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงทำให้กลุ่มหุ้นปันผลมีความน่าสนใจมากขึ้นในแง่ผลตอบแทนโดยเปรียบเทียบ อีกทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นหลังบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ในอัตราที่ดีกว่าคาด โดยกลุ่มหุ้นปันผลไทย (SETHD) ยังคงซื้อขายในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต