เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดหาแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานหลังจากเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ทำให้มีแรงงานชาวกัมพูชากลับประเทศว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.)  ในที่ประชุมนอกจากจะมีมติให้มีการนำเข้าแรงงานชาวศรีลังกาแล้ว ยังอนุมัติให้มีการนำเข้าแรงงานเพิ่มเติมอีก 3 สัญชาติ คือเนปาล อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เนื่องจากกระบวนการทำ MOU จะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแล้วมานั่งทำ MOU ทีหลังแล้วจะไม่ทัน ดังนั้นก็เลยอนุมัติให้เพิ่มเลยเป็น 8 สัญชาติ จากเดิมที่อนุญาตให้เฉพาะ 4 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม หรือ CLMV) เผื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินเราจะได้สามารถดึงแรงงานจากที่อื่นเข้ามาได้เลย

“ตอนนี้แรงงานกัมพูชาที่ผ่าน ตม. ประมาณแสนกว่าคน แต่คนที่มีใบอนุญาตทำงาน (work permit) ประมาณ 30,000 คน แต่ที่ผ่าน ตม.นั้นอาจจะมารวมถึงกลุ่มคนทั้งหมดไม่ได้เฉพาะแรงงานเท่านั้น จึงไม่สามารถตีความได้ว่าทั้งหมดนั้นคือแรงงาน” นายพงศ์กวิน กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีจำนวนแรงงานกัมพูชา เดินทางกลับประเทศมากน้อยแค่ไหน นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศต้นทางโดยผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มีจำนวนราวกว่า 1 แสนคน ซึ่งอาจจะรวมชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในไทยและอื่นๆ และไม่ได้หมายถึงกลุ่มแรงงานทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีภาคธุรกิจเข้ามาร้องเรียนเรื่องขาดแคลนแรงงานเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งเบื้องต้นได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูล ซึ่งขณะนี้ กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างเปิดให้สถานประกอบการทั่วประเทศเสนอความต้องการแรงงานต่างด้าว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำแนวทางรองรับอย่างเป็นระบบ เบื้องต้นประเมินว่า หากสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น จะสามารถรองรับแรงงานกลุ่มใหม่ได้ประมาณ 42,000 คน และจะกระจายแรงงานไปยังสถานประกอบการทุกระดับ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น

“เชื่อว่า ไม่เกิน 2 เดือนสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานกัมพูชาจะคลี่คลายทั้งหมด โดยทางกระทรวงแรงงานมีกระบวนการบริหารจัดการเพื่อให้แรงงานกลับมาครบทุกภาคส่วน” นายพงศ์กวิน กล่าว.