เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยหลักฐานใหม่เกี่ยวกับโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่า เริ่มประมูลเดือน ม.ค. 2569 แต่หลักฐานชี้ชัดว่าบริษัทเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 ก่อนจะทำทีโออาร์เสร็จ ตนยืนยันว่าโครงการนี้ต้องยกเลิกสัญญาเท่านั้น ไม่ใช่แค่ล็อกสเปกจอประชาสัมพันธ์ในทีโออาร์ เนื่องจาก เมื่อบริษัทเริ่มคิกออฟทำโครงการตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มประมูลเลย ความบังเอิญไม่มีในโลก
น.ส.รักชนก ได้โพสต์ภาพชุดสไลด์และเอกสารจากหลายบริษัท เริ่มจากภาพชุดสไลด์ที่ใช้ภายในบริษัท Human Intelligence (Hi) พร้อมทั้งระบุว่า เอกสารประกอบสไลด์ของบริษัท Human Intelligence (Hi) นำเสนอนี้ถูกสร้างวันที่ 1 ต.ค. 2568 มีข้อมูลงานในไปป์ไลน์ที่เป็นโปรเจกต์ของบริษัท Hi โดยมีโครงการ TH-AI Passport รวมด้วย และคนในทีมนี้ยืนยันว่าทุกคนที่ทำงานรู้ตั้งแต่แรกว่าจะได้รับโครงการนี้ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มประมูล แปลว่าเจ้าของบริษัทมีตาทิพย์หรือมีเพื่อนสนิทเป็นคนที่อนุมัติงบประมาณได้หรือไม่
จากนั้นเป็นภาพสไลด์ที่ใช้ภายในของบริษัท อักษรย่อ BB ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ AI Passport ซึ่งไฟล์นี้ถูกสร้างมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 อีกทั้งยังมีภาพใบเสนอราคาของบริษัท “S” ส่งให้บริษัท Hi เพื่อทำราคา และวันที่ไฟล์ของโปรเจกต์ถูกสร้าง คือวันที่ 27 ต.ค. 2568
น.ส.รักชนก ยังไล่เรียงไทม์ไลน์ด้วยว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เสนอโครงการดังกล่าวเข้า ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2568 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2568 จากนั้นประกาศราคากลางเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2568 และประกาศเชิญชวนให้บริษัทเข้าร่วมเสนอราคาประมูล เมื่อวันที่ 24-26 ธ.ค. 2568 ก่อนจะปิดรับการเสนอราคาประมูล เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 ต่อด้วยประกาศผล เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2569 และลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ซึ่งถ้าโครงการนี้มันเกิดขึ้นในรูปแบบปกติ ผู้ชนะประมูลควรเริ่มทำโครงการในช่วงเดือน ม.ค. 2569 ตั้งแต่วันที่ประกาศผลผู้ชนะการประมูล
“โครงการนี้เริ่มทำตั้งแต่ตุลาคม เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีราคากลาง เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีทีโออาร์ เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีการประกาศผู้ชนะ แปลว่า บริษัท รัฐมนตรี ปลัด และคนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รู้ตั้งแต่แรกแล้วจะใครจะได้โครงการ แบบนี้มันเรื่องว่าอะไร ไหนพูดดิ ขอบคุณคนที่ยังเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะ เห็นแก่บ้านเห็นแก่บ้านเมือง ที่ส่งทั้งหมดนี้มาให้ นี่คือหลักฐานว่าโครงการประกาศผู้ชนะในปีนี้ แต่งานเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามแนวนโยบายของนายกฯ ที่บอกว่าสั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน แต่เคสนี้เสร็จแล้ว ฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเมื่อไหร่ น่าจะมีคนได้นอนตะราง” น.ส.รักชนก ระบุ
น.ส.รักชนก ยังเปิดเผยอีกว่า มันไม่ใช่แค่โครงการนี้ ยังมีโครงการ IT, AI, คลาวด์, upskill/reskil e-learning ที่อยู่ในวงโคจรสีน้ำเงินทั้งหมดรวมหมื่นกว่าล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้านบาท, National Credit Bank 380 ล้านบาท, NDLP 1,300+450 ล้านบาท, คลาวด์ NDLP 2,800 ล้านบาท ทั้งหมดนี้วนอยู่ที่ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงซึ่งมีแค่หยิบมือ และที่ยังรอในไปป์ไลน์อีก คือ โครงการ Skill-Credit Portfolio ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 5,400 ล้านบาท และโครงการ Skill-Credit Portfolio ของกระทรวงศึกษาธิการ 1,600 ล้านบาท
“อว.รัฐมนตรีเติมเชน สั่งทบทวนทีโออาร์แล้ว แต่รัฐมนตรีติ๊กต็อก ยังนิ่ง ตัวเลขเม็ดเงินที่หมดนี้ ไม่ใช่อะไรอื่น เงินที่ถูก/กำลังจะถูกยัดย้ายถ่ายโอนออกไป ตัวเลขพวกนี้คืออนาคตของพวกเราทุกคน เป็นงบประมาณที่หลอกเยาวชนทั้งประเทศว่าโครงการ upskill/reskil e-learning เหล่านี้จะมาทำให้อนาคตดีขึ้น และ เป็นตัวเลขเดียวกันกับที่หลอกคนในวงการ IT เทคโนโลยี ว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่สดใส เงินที่ควรเอาไปสร้างอุตสาหกรรมสร้างอนาคตให้ประเทศ แต่คนพวกนี้ขโมยเงินขโมยความฝันของคนอื่นไปหมดเลย เอาไปปรนเปรอพวกฟ้องตัวเอง เสวยสุขวันนี้ ทำได้ทำไป แต่ช่วงสุดท้ายของชีวิต ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ขอแช่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกแขนงที่คนพวกนี้นับถือแล้วกัน ใครทุจริตคอร์รัปชัน ก็ขอให้ไม่ตายดี” น.ส.รักชนก ระบุ.




