เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมประจำสัปดาห์ตามปกติ โดยมีวาระพิจารณาคำร้องที่น่าสนใจ คือกรณีประธานวุฒิสภา ส่งคำร้อง สว. 36 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ 

จากการกล่าวหาว่า ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา 

ทั้งนี้ สำหรับคำร้องดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และมีมติเสียงข้างมากให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย และสั่งให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ต่อมา น.ส.แพทองธาร ได้ยื่นขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 2 ครั้ง และศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตทั้ง 2 ครั้ง กระทั่ง 4 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเข้ามา

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กระบวนการองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาข้อมูลที่นายกฯ ส่งคำชี้แจงมาว่าครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอในการวินิจฉัย อาจจะเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเปิดไต่สวนเรียกพยานมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม แต่หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลเพียงพอแล้ว จะนัดวันประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ลงมติและอ่านคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (12 ส.ค. 2568) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า ปกติศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมในวันพุธ ดังนั้นวันพุธที่ 6 ส.ค. 2568 ควรจะมีความคืบหน้าหรือไม่ มีการนัดหมายว่าจะวินิจฉัยคดีดังกล่าวในวันใด แต่จนถึงวันนี้ 12 ส.ค. 2568 ยังไม่ปรากฏข่าวใด ๆ โดยเหตุผลมีทั้งสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง และการคาดเดา ดังนี้

1.วันที่ 6 ส.ค. 2568 ศาลไม่สามารถนัดประชุมได้ เนื่องจากวันที่ 4-9 ส.ค. 2568 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 5 คน ได้แก่ นายนครินทร์ นายอุดม (สิทธิฯ) นายนภดล นายอุดม (รัฐฯ) และนายสุเมธ มีภารกิจ นำคณะผู้อบรมหลักสูตรข้าราชการศาลฯ ระดับอำนวยการ รุ่นที่ 1 ได้ศึกษาดูงานที่ประเทศอินเดีย 2.คาดเดาว่า การนัดหมายวินิจฉัยน่าจะมีขึ้นในการประชุมวันพุธที่ 13 ส.ค. 2568 และวันที่นัดหมายอาจเป็น 20 หรือ 27 ส.ค. 2568 ไม่ควรล่าช้ากว่านั้น เพราะคดีนี้เป็นคดีสำคัญและไม่ควรปล่อยให้ประเทศอยู่ในภาวะมีแต่นายกรัฐมนตรีรักษาการนานเกินไป 3.การดึงเวลาให้ล่าช้าออกไป อาจเป็นการเปิดโอกาสให้ น.ส.แพทองธาร ตัดสินใจลาออกเอง จะทำให้ตัวเองยังมีอนาคตทางการเมือง และศาลอาจจะรู้สึกสบายใจมากกว่าที่ไม่ต้องวินิจฉัย เนื่องจากผู้ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เมื่อไม่มีสถานะเป็นรัฐมนตรีแล้วก็สามารถจำหน่ายคดีทิ้ง ไม่ต้องวินิจฉัยให้เป็นประเด็นอะไรอีก