เมื่อวันที่ 13 ส.ค. น.สพ.ศิษฏพล เอี่ยมวิสูตร์ ผอ.สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับสุนัขและแมว ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมว พ.ศ. 2567 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 69 ว่า ขณะนี้ได้มีการรณรงค์สร้างความรู้ให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ทุกช่องทาง รวมทั้งมีการจัดคิกออฟสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและภาคประชาชนให้เข้าถึงการฉีดไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้สนใจนำสัตว์เลี้ยงเข้ามารับบริการจำนวนมาก พร้อมทั้งมีผู้ให้ข้อเสนอแนะในการนำมาพัฒนาการดำเนินงานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในเรื่องอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการนำสุนัขและแมวไปจดทะเบียนที่คลินิกสัตวแพทย์ของกทม. จำนวน 8 แห่ง สำนักงานเขต หรือสถานที่อื่นๆ ที่กทม.กำหนด
ผอ.สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กทม. จึงมีแผนดำเนินการเตรียมออกหน่วยเคลื่อนที่เชิงรุก ในงานอีเวนต์ ต่างๆ การฉีดไมโครชิปและการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ในศูนย์การค้าและสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้นำมารับบริการได้ง่ายขึ้น รวมทั้งอยู่ในระหว่างการทำแพลตฟอร์มลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ แก้ปัญหาความเข้าถึงยาก คาดว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จทันก่อนการประกาศใช้ข้อบัญญัติอย่างแน่นอน
นอกจากนี้กรณีที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่สามารถที่จะนำสัตว์เลี้ยงออกมาจดทะเบียนได้ ยังมีการอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้าไปฉีดไมโครชิปและให้สัตวแพทย์เซ็นใบรับรอง พร้อมกับแนบเอกสารคลส.1 เพื่อนำมาจดทะเบียนกับทางกทม. ได้ด้วย
ทั้งนี้สถานการณ์ปัจจุบัน กทม.มีสุนัขและแมวทั้งมีเจ้าของและไม่มีเจ้าของรวมกันกว่า 200,000 ตัว รวมถึงสัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ กระต่าย นก และสัตว์พิเศษ Exotic อีกจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างปัญหาด้านสาธารณสุข สังคม และการท่องเที่ยว โดยสำนักอนามัยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสัตว์ที่สร้างปัญหาเดือดร้อนรำคาญ ทั้งด้านความปลอดภัย สุขอนามัย การแพร่พันธุ์ การทอดทิ้งสัตว์ และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้มีการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ขึ้นมาใหม่ แทนฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 และ พ.ศ. 2548 โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเฟซบุ๊กเพจ “กรุงเทพมหานคร” และ “สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร”.



