ช่วงต้นสัปดาห์นี้ หนังสือพิมพ์ JoongAng Daily และ Korea Herald ของเกาหลีใต้รายงานว่า แฟรนไชส์ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ในประเทศเริ่มติดประกาศแจ้งลูกค้า ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สำนักงานขนาดใหญ่ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เครื่องพิมพ์ สายพ่วงปลั๊กไฟ และฉากกั้นโต๊ะเข้ามาในร้าน

ประกาศดังกล่าวยังแจ้งให้ลูกค้านำสัมภาระติดตัวไปด้วยเมื่อลุกจากที่นั่งเป็นเวลานาน และควรยินยอมให้ลูกค้าท่านอื่นนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน

ตัวแทนของสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ กล่าวว่าทางร้านได้ปรับปรุงนโยบายดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้า “ได้รับประสบการณ์ในร้านที่พึงพอใจและเข้าถึงได้ง่าย”

นอกจากนี้ยังระบุว่า แม้ทางร้านจะยินดีให้ลูกค้านำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปและอุปกรณ์ส่วนตัวขนาดเล็กเข้ามาใช้ในร้านได้ แต่ได้ขอร้องให้ลูกค้างดนำคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เครื่องพิมพ์ หรือสิ่งของขนาดใหญ่อื่นๆ เข้าร้าน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อจำนวนที่นั่งและพื้นที่ส่วนกลางในร้าน

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้เสริมว่า นโยบายใหม่ของทางร้านไม่ได้จำกัดเวลาสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้าน

ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ภาพบนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นลูกค้าของสตาร์บัคส์ในเกาหลีใต้ติดตั้งฉากกั้นแบบพับได้รอบโต๊ะเพื่อสร้างพื้นที่ทำงานส่วนตัวในร้าน ทำให้ลูกค้าคนอื่นไม่สามารถเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าวได้

@cbsmornings

Starbucks in South Korea have been putting up signs for customers to stop bringing their office to the cafe. People have recently been seen bringing desktops, printers and even partitions. #starbucks #southkorea #wfh #working #office

♬ original sound – CBS Mornings

นโยบายใหม่ของสตาร์บัคส์เกิดขึ้นหลังจากมีกระแสนิยมการทำงานในร้านกาแฟโดยเฉพาะในกรุงโซลจนกลายเป็นคำศัพท์ในเกาหลีใต้ว่า “Cagongjok” (คากงจก) หมายถึงคนที่ทำงานหรือเรียนในร้านกาแฟเป็นเวลานานๆ 

เกาหลีใต้เป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสตาร์บัคส์ รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน โดยมีสาขามากกว่า 2,000 แห่ง โดยจำนวนสาขาที่เปิดถึงช่วงสิ้นปี 2567 มีมากกว่าในประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว 

ที่มา : businessinsider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES