สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า โบลูอาร์เต กล่าวในพิธีลงนามที่ทำเนียบประธานาธิบดีเปรู ว่ารัฐบาลขอแสดงความยกย่องต่อกองทัพ และกลุ่มป้องกันตนเองที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้กับการก่อการร้าย ด้วยการประกาศใช้กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้

กฎหมายดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรในเครื่องแบบที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี แต่ยังไม่ถูกตัดสินความผิดฐานก่ออาชญากรรม จากการสู้รบระหว่างกองกำลังของรัฐ กับกลุ่มกบฏไชนิงพาธ และทูพัค อามารู ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 70,000 ราย และมีผู้สูญหายประมาณ 20,000 คน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ อีกทั้งกฎหมายยังกำหนดให้ปล่อยตัวผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดที่มีอายุปัจจุบันมากกว่า 70 ปี

อย่างไรก็ตาม นางฮวนนิตา โกเบร์ตุส ผู้อำนวยการฝ่ายอเมริกาขององค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์” (เอชอาร์ดับเบิลยู) กล่าวว่า กฎหมายข้างต้นเป็นการทรยศต่อเหยื่อชาวเปรู รวมถึงบั่นทอนความพยายามที่สั่งสมมาหลายสิบปี ในการรับรองความรับผิดชอบต่อความโหดร้าย และทำให้หลักนิติธรรมของประเทศอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม

ขณะที่ศาลสิทธิมนุษยชนระหว่างอเมริกา (ไอเอซีเอชอาร์) ระบุว่า รัฐบาลเปรูต้องระงับการอนุมัติกฎหมายฉบับนี้ “ในทันที” หรือหากมีประกาศใช้ ก็ต้องงดเว้นการบังคับใช้ในขณะที่ศาลกำลังพิจารณาว่า การนิรโทษกรรมจะส่งผลกระทบต่อสิทธิของเหยื่ออย่างไร.

เครดิตภาพ : AFP