เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายเจษฎ์ โทณะวณิก ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมามีสื่อมวลชนบางสำนัก รายงานข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “ผู้บริหารพนักงานลูกจ้างองค์การสวนสัตว์” ได้ร้องเรียนต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวอ้างในลักษณะมีเนื้อหาตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลต่อบทบาท อำนาจหน้าที่ และกระบวนการใช้อำนาจในการกำกับดูแลกิจการขององค์การฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น เช่น ประเด็นปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ตามกฎหมาย ข้อกังวลด้านสัญญาสัมปทาน การสับเปลี่ยนโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ฯลฯ หลังจากนั้น องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทางกระทรวงก็ได้ส่งหนังสือลับดังที่ได้ถูกเปิดเผยไว้ในข่าวมายังองค์การฯ แต่เนื่องจากหนังสือดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ องค์การฯ จึงสอบถามไปอีกครั้ง เพื่อให้ได้ความละเอียดเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ ปรากฏว่า ทางกระทรวงส่งหนังสือมาอีกหนึ่งฉบับ ซึ่งขาดความชัดเจนยิ่งไปกว่าหนังสือฉบับแรกที่ได้ส่งมา

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นว่า สิ่งที่ได้ถูกเปิดเผยในข่าวและหนังสือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งสองฉบับแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นบัตรสนเท่ห์ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการร้องเรียนตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0206/ว 218 ลงวันที่ 25 ธ.ค. 2541 ซึ่งก็ยังไม่สิ้นผลระบุไว้เป็นที่ชัดแจ้งว่าในการดำเนินการต่อบัตรสนเท่ห์ ต้องทำเป็นการลับ แต่ทางกระทรวงได้เปิดเผยเรื่องนี้ต่อผู้สื่อข่าวโดยมีการระบุว่ารัฐมนตรีเป็นผู้ตั้งคณะสอบสวนข้อเท็จจริง และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ มีชื่อเป็นผู้ให้ข่าวกระบวนการที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการเป็นที่น่าสงสัย และเป็นลักษณะการรับพิจารณาบัตรสนเท่ห์โดยยังไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอ อีกทั้งยังมีการให้ข่าวก่อนที่หนังสือของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะได้ถูกส่งมาถึงองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

ฉะนั้น เพื่อให้การทำงานขององค์การฯ ซึ่งกำลังได้รับมอบหมายงานสำคัญของบ้านเมือง เป็นงานที่ต้องได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูงอยู่หลายงาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น และต่อเนื่องจากการพัฒนามาอย่างมากในช่วงหลายปีนี้ จนเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลรัฐวิสาหกิจโปร่งใสจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หลังเกิดเหตุทางองค์การฯ จึงได้ทำรายละเอียดชี้แจง Fact Sheet แสดงไว้ทางหน้าเวปไซต์ขององค์การฯ เพื่อความทราบต่อสาธารณะเป็นเบื้องต้นแล้ว https://www.zoothailand.org/ewt_news.php?n_id=8248

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่โปร่งใสและคณะกรรมการต้องการพิสูจน์การทำงานของตนเองว่า เป็นที่โปร่งใสตรวจสอบได้ จึงมีความจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่า  มีความน่าไว้วางใจหรือไม่ โดยกรรมการที่สามารถเชื่อถือได้

คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย จึงได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้เรียนเชิญท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณวุฒิ มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ และได้ทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนมาในคดีสำคัญอย่างมากมาย และเป็นอดีตกรรมการ ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ  เป็นประธานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ได้มีการกล่าวอ้าง “หาก องค์การฯ โดยบุคลากรทุกระดับจะได้ทำในสิ่งที่เหมาะควรหรือไม่เหมาะไม่ควรอย่างไร ก็จะได้ถูกพิจารณาโดยคณะของท่านศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ซึ่งจะเป็นการสอบโดยกระบวนการที่จะมีพยานหลักฐาน ที่เป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจได้ เมื่อได้ ผลการพิจารณาเป็นประการใด จะได้นำเรียนต่อสาธารณะเพื่อทราบต่อไป”

สำหรับรายชื่อ คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย1. ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณเป็นประธานกรรมการ 2. นายทศพร รัตนมาศทิพย์  เป็น  กรรมการ 3. นายวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์  เป็น กรรมการ 4. นายกวีพร จันทน์ขาว เป็น กรรมการ 5. พล.อ.ท. กิติทัศน์ ภาเจริญเป็นกรรมการ6. นายเชฏฐ คำวรรณ เป็นกรรมการและเลขานุการ7. นายกฤษฎา แสงเจริญทรัพย์ เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ.