พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ได้เปิดตัว “Giffarine AI Coach” เครื่องมือใหม่ในการติดอาวุธให้นักธุรกิจกิฟฟารีน มี Coach หรือ Mentor ส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์ VDO และช่วยสร้างสคริปต์ พร้อมให้คำแนะนำที่เข้ากับกลยุทธ์และสไตล์ของแต่ละบุคคล ให้สำเร็จ ได้ง่าย ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น สำหรับการขายสินค้าและแนะนำธุรกิจกิฟฟารีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเริ่มเปิดใช้ 16 ส.ค.68 นี้ เพื่อการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจขายตรง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการในทุกธุรกิจต้องปรับตัว

ทั้งนี้ จะใช้เทคโนโลยีและโซลูชั่นจากไมโครซอฟท์ผู้นำด้านเทคโนโลยีคลาวด์ และ AI มาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการธุรกิจขายตรง โดยเงินลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท ใช้ AI มาช่วยเป็นโค้ช คาดว่าจะช่วยลดปัญหาการดิสรัปชั่นช่วยให้นักธุรกิจทำงานให้เก่งขึ้น อุ่นใจที่มีเทรนเนอร์ พร้อมกับสร้างยอดขาย เพิ่มจำนวนนักธุรกิจ และขยายฐานลูกค้าให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีนซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมีลูกค้าที่ลงทะเบียนรวม 8.7 ล้านรหัส และมีจำนวนนักธุรกิจ 870,000 รหัส แอคทีฟประมาณ 400,000 รหัส

“ต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน AI มีบทบาทในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น กิฟฟารีนจึงได้เริ่มพัฒนา Solution ต่างๆ ที่สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจ  และประสิทธิภาพให้นักธุรกิจกิฟฟารีนนำเสนอสินค้า  และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น  จาก pain point สู่ Solution และนำไปสู่ Changing Lifestyle ที่ดีขึ้นและประสบความสำเร็จในเรื่องของยอดขาย และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จุดเด่น คือ เป็น Personalize Coaching ที่ทรงพลังในการแนะนำงานขายผ่านการไลฟ์สด เป็นครั้งแรกของการสร้าง VDO Mentor ส่วนตัวให้นักธุรกิจกิฟฟารีนสามารถเรียนรู้การทำงานออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ประหยัดเวลาในการทำงาน เพราะเป็น AI Agent สำเร็จรูปที่ทำงานได้อัตโนมัติ สามารถเลือกใช้ได้ง่าย  เพียงแค่กรอกแบบสอบถามที่ Customize เหมือนเป็น One stop personalize trainer online service”

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 29 ปี กิฟฟารีนมียอดขายรวมอยู่ที่ 110,758 ล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจอย่างมาก ขณะที่ปีนี้คาดว่ามียอดขายเติบได้ประมาณ 1-2% จากปี67 ที่มียอดขาย 4,300 ล้านบาท โดยครึ่งแรกมียอดขายแล้วประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนช่วงครึ่งหลังนี้ในเดือน ก.ค.กระทบจากปัญหาชายแดนกัมพูชาทำให้ยอดขายลดลงเล็กน้อย แต่เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังสามารถทำให้ทั้งปีเติบโตได้ตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจขายตรงปี68 นี้คาดว่าไม่เติบโตจากปี67 ที่มีมูลค่าประมาณ 56,400 ล้านบาท จากปัญหาด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะบริษัทที่จำหน่ายสินค้าฟุ่มเฟือยยอดขายลดลง ส่วนบริษัทที่สินค้าติดตลาด มีลูกค้าประจำ และจำหน่ายสินค้าในชีวิตประจำวัน และเป็นแบรนด์ที่อยู่มานานมีความน่าเชื่อถืออย่างกิฟฟารีน ยังสามารถเติบโตต่อไปได้และยังคงเป็นอาชีพที่ 2 ของผู้ที่อยากมีรายได้เพิ่ม หรือกระทั่งเป็นอาชีพหลักของคนว่างงาน ซึ่งเห็นได้จากยอดสมัครสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้น เดือนละ 4,000-5,000 คน แม้ลดลงจากในอดีตที่มีถึงเดือนละ 6,000 คน จากการแห่งส่วนแบ่งของตลาดสินค้าออนไลน์