เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่วัดโจรกพัฒนาวาส บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นายสุที บุญแต่ง อายุ 60 ปี และนางสะทน กันภัย อายุ 63 ปี ปู่และย่า ได้นำอัฐิของ น้องน้ำโขง หลานชายวัย 8 ขวบ มาทำบุญบรรจุอัฐิตามประเพณีตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีพิธีทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้น้องน้ำโขง พร้อมกับนำสำรับอาหารคาวหวานมาให้น้องน้ำโขงได้ทานเป็นมื้อสุดท้ายก่อนจะบรรจุอัฐิ โดยในสำรับอาหารปู่และย่ายังได้ขนมและน้ำหวานของโปรดที่น้องชอบมาให้ ท่ามกลางญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วมงานด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด
“น้องน้ำโขง” เสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชายิงมาตกใส่บ้านเลขที่ 159 บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อีกรายคือ นายบัณฑิต อุ่นจิตร อายุ 34 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย และได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพน้องนำโขง และพระราชทานดินฝังศพ นายอภิสิทธิ์ บุญแต่ง ไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา

นายสุที บุญแต่ง อายุ 60 ปี กล่าวทั้งน้ำตาว่า วันนี้เสร็จสิ้นพิธีบรรจุอัฐิของน้องน้ำโขง หลังจากมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ จึงนำอัฐิมาทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้น้องตามประเพณี ตนได้นำน้ำหวานและขนมเลย์ที่เขาชอบมาให้ น้องขอรถแบ๊กโฮ ย่าซื้อให้แล้ว ตนคิดถึงหลานทุกวัน เมื่อคืนก็นอนร้องไห้ แต่น้องไม่เคยมาหาเลย เขาเป็นเด็กดี สิ่งที่เขาร้องหาตลอดเวลาคือแม่ เขาจะร้องหาแม่เขาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา แม่เขาก็ไม่ได้มาเลย ตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยอมรับว่าสะเทือนใจทั้งครอบครัว ทั้งบุคคลทั่วไปและทั้งประเทศไทยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรกับเด็ก 8 ขวบ
“ตนในนามประชาชนคนไทย กับสิ่งที่ฮุน เซนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อยากให้ฮุน เซน รับผิด 2 เท่า นั่งสั่งในห้องแอร์แต่ผลที่เกิดขึ้นคือชีวิตและทรัพย์สินของเรา ประชาชนไม่รู้เรื่องด้วย เราได้รับผลกระทบมากกว่าที่จะคณานับได้ ขอให้ชาวโลกร่วมประณามให้ “ฮุน เซน” รู้ว่าประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบจากคำสั่งยิงของฮุน เซนมากเหลือคณานับ ส่วนลูกชายของตนที่บาดเจ็บจะออกจาก รพ.วันนี้ เพื่อมารักษาตัวที่บ้านต่อ”



