หลายคนอาจสับสนว่าระหว่างทำฟันบัตรทอง และทำฟันประกันสังคม สิทธิประโยชน์ในการรักษาทางทันตกรรมนั้นแตกต่างกันอย่างไร และมีส่วนไหนบ้างที่สามารถทำฟรีได้บ้าง หรือส่วนไหนที่ต้องจ่ายเงินเอง บทความนี้จะมาเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถใช้สิทธิได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ทำฟันบัตรทอง VS ทำฟันประกันสังคม เปรียบเทียบกรณีการทำฟัน

สุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเข้ารับบริการทางทันตกรรมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาในอนาคตได้ แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตอนนั้น เราควรทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เรามีก่อน วันนี้จึงจะมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าสิทธิทำฟันบัตรทอง และทำฟันประกันสังคม มีความแตกต่างกันอย่างไร
ผู้ใช้สิทธิทันตกรรม
- บัตรทอง: ใช้ได้สำหรับคนไทยทุกคนที่มีสิทธิ ทำฟันบัตรทอง
- ประกันสังคม: ผู้ประกันตนต้องเป็นมาตรา 33 และ 39 เท่านั้น โดยต้องส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเข้ารับบริการ ไม่รวมผู้ประกันตนมาตรา 40
สถานรักษาพยาบาลกรณีทันตกรรม
- บัตรทอง: สามารถเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือสถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของ สปสช. รวมถึงคลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น สปสช.
- ประกันสังคม: สามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนตามสิทธิ หรือโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคม
วงเงินการรักษา
- บัตรทอง: ทำฟันบัตรทอง สามารถรักษาได้ตามสภาวะโรคจริง ไม่จำกัดจำนวนครั้งและวงเงิน เมื่อเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐและหน่วยบริการในเครือ สปสช. กรณีคลินิกเอกชนที่ร่วมโครงการ สามารถรักษาฟรีได้ปีละ 3 ครั้ง สำหรับการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน เคลือบหลุมร่องฟัน และเคลือบฟลูออไรด์ หากเกินกว่านี้หรือเป็นการรักษาที่คลินิกไม่ครอบคลุม สามารถไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรัฐได้ฟรี
- ประกันสังคม: ใช้สำหรับการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด โดยมีวงเงินรวมไม่เกิน 900 บาทต่อปี หากค่ารักษาสูงกว่า 900 บาท ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินส่วนเกินเอง
ตรวจฟัน
- บัตรทอง: สามารถตรวจวินิจฉัยโรค เอกซเรย์ฟัน รวมถึงการให้ยาก่อนและหลังการรักษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: ตรวจฟันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากมีการเอกซเรย์ฟันหรือให้ยาก่อนและหลังการรักษา ผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
เคลือบฟลูออไรด์
- บัตรทอง: การเคลือบฟลูออไรด์อยู่ในสิทธิทำฟันบัตรทอง สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: การเคลือบฟลูออไรด์ไม่รวมอยู่ในสิทธิ ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเอง
ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด
- บัตรทอง: การขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: รักษาได้ในวงเงินไม่เกิน 900 บาทต่อปี หากมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากวงเงิน ผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบเอง
รักษาโรคเหงือก ปริทันต์
- บัตรทอง: การรักษาโรคเหงือกและปริทันต์อยู่ในสิทธิทำฟันบัตรทอง สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: การรักษาโรคเหงือกและปริทันต์ไม่รวมอยู่ในสิทธิ ผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
การใส่ฟันเทียม ฟันปลอม
- บัตรทอง: สามารถใส่ฟันเทียมฐานอะคริลิกได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: การใส่ฟันเทียม ฟันปลอม ต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วจึงนำเอกสารและใบเสร็จไปเบิกคืนได้ตามวงเงินที่กำหนด ได้แก่ ฟันเทียมฐานอะคริลิกชนิดถอดได้บางส่วนจำนวน 1-5 ซี่ เบิกได้ไม่เกิน 1,300 บาท หรือหากมากกว่า 5 ซี่ เบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท ส่วนฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง เบิกได้ไม่เกิน 2,400 บาท และฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่าง เบิกได้ไม่เกิน 4,400 บาท ทั้งนี้ต้องทำภายในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ใส่ฟันเทียม
รักษารากฟัน
- บัตรทอง: การรักษารากฟันแท้และใส่รากฟันเทียม สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: การรักษารากฟันไม่รวมอยู่ในสิทธิ ผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
ศัลยศาสตร์ช่องปาก
- บัตรทอง: การทำศัลยกรรมช่องปากอยู่ในสิทธิทำฟันบัตรทอง สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ประกันสังคม: การทำศัลยกรรมช่องปากไม่รวมอยู่ในสิทธิ ผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่าสิทธิทำฟันบัตรทอง และสิทธิทำฟันประกันสังคม มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก และมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากต้องการเข้ารับบริการทำฟันที่คลินิกที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่าย ก็อาจจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นเพิ่มเติม สำหรับใครที่ต้องการดูแลสุขภาพช่องปากแต่ไม่แน่ใจเรื่องสิทธิ หรือต้องการรับการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล XDC Dental Clinic พร้อมดูแลคุณ ด้วยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือที่ทันสมัยภายใต้มาตรฐาน AACI ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่ดีของคุณ



