สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่าโรคหัดเยอรมันเป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่าย แพร่กระจายผ่านการไอและจาม โดยมักพบในเด็กและผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว มากไปกว่านั้น จะรุนแรงเป็นพิเศษในสตรีมีครรภ์ เนื่องจากอาจนำไปสู่การแท้งบุตร ทารกตาย หรือความผิดปกติตลอดชีวิต
เนปาลเริ่มนำวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันมาใช้เมื่อปี 2555 และในปี 2567 อัตราความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนในประเทศอยู่ที่มากกว่า 95%
Congratulations! #Nepal ???????? has eliminated #rubella as a public health problem, becoming the sixth country in @WHOSEARO to do so.
— World Health Organization (WHO) (@WHO) August 18, 2025
This success reflects the commitment & efforts of leaders, health workers, volunteers & community members to ensure a healthy start for babies & a… pic.twitter.com/ibRXOp1rWH
เมื่อปี 2556 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งเป้าหมายกำจัดโรคหัด และควบคุมโรคหัดเยอรมันให้หมดไปภายในปี 2563 ก่อนที่เมื่อปี 2562 เป้าหมายได้ถูกปรับให้เป็นปี 2566 แต่เนื่องจากผลกระทบของโรคโควิด-19 กำหนดการจึงถูกเลื่อนออกไปอีกครั้งเป็นปี 2569
ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ดับเบิลยูเอชโอได้รับรองความสำเร็จในการกำจัดโรคหัดเยอรมัน ได้แก่ ภูฏาน เกาหลีเหนือ มัลดีฟส์ ศรีลังกา และติมอร์ตะวันออก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



