เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ  นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า การลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน หรือไอโอที (Interim Observer Team: IOT) ใน จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 18-20 ส.ค.2568  ที่ประกอบด้วยผู้ช่วยทูตทหารจาก 8 ประเทศ ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ทางกองทัพได้จัดกำหนดการครอบคลุม เพื่อให้คณะได้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา และการขัดขวางการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ซึ่งตลอด 3 วันดังกล่าว คณะไอโอทีได้สังเกตการณ์ ได้ชมการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เมื่อเช้านี้ยังได้เดินทางไปตรวจที่สถานที่ควบคุมตัวเชลยกัมพูชา จำนวน 18 คน รวมถึงสำรวจโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีไม่เลือกเป้าหมายของฝ่ายกัมพูชา

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงพื้นที่บริเวณช่องอานม้า ทราบว่ามีเหตุการณ์ทหารกัมพูชาพยายามขัดขวางการสังเกตการณ์ของคณะไอโอทีและสื่อมวลชน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยขอแสดงความผิดหวังอย่างยิ่งสะท้อนถึงความไม่ถึงใจในการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้คณะผู้สังเกตการณ์ได้เห็นหลักฐานด้วยตาตัวเอง ที่ไม่มีการจัดฉาก แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความจริงใจของฝ่ายไทยในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ต่างจากฝ่ายกัมพูชาที่พยายามจัดฉากเหตุการณ์และปล่อยข่าวบิดเบือนออกมาอย่างต่อเนื่อง

นายนิกรเดช กล่าวว่า ส่วนกรอบพหุภาคีเรื่องการวางระเบิดของกัมพูชานั้น รัฐบาลไทยก็ทำเต็มที่และทำอย่างต่อเนื่องโดยตลอด โดยมีหนังสือถึงประธานการประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ทั้งสิ้น 4 ฉบับ นับตั้งแต่ทหารไทยประสบเหตุเหยียบกับระเบิด อีกทั้งเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาต่อคณะกรรมการแล้ว โดยจะเข้าพบกับคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มเติมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชายุติการละเมิดพันธกรณีและแสดงความรับผิดชอบในฐานะภาคีอนุสัญญา

“การที่กองทัพเผยแพร่คลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของทหารกัมพูชานั้น ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะเป็นหลักฐานของกัมพูชาได้อย่างดีในกรอบอนุสัญญาออตตาวา ที่กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มเติมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ประเทศไทยเห็นว่าความมุ่งมั่นในการกวาดล้างทุ่นระเบิดในอดีตที่กัมพูชากล่าวอ้าง ไม่ได้เป็นเครื่องประกันว่ากัมพูชาจะไม่ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอีกในปัจจุบันและอนาคต เห็นได้จากพฤติการณ์และหลักฐานที่ชัดเจนในการลักลอบเข้ามาวางระเบิดในแผ่นดินไทย แสดงถึงความไม่จริงใจของกัมพูชาซึ่งเป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” นายนิกรเดช กล่าว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา รวมถึงกรณีพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เราคงยังเห็นการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารและการนำเสนอข่าวปลอมของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด  ตัวอย่างล่าสุดในเรื่องนี้คือกล่าวหาว่าฝ่ายไทยวางลวดหนามในพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงและกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ด้วย.