เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่เหตุการณ์กระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านโจรก เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ในจำนวนนี้มีเด็ก 8 ขวบเสียชีวิต และเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านโจรกแห่งนี้ด้วย
โดยพบว่าวันนี้เป็นการเปิดเรียนวันที่ 4 แล้ว มีเด็กนักเรียนเดินทางมาเรียนหนังสือมากขึ้น ประมาณ 50% และบางส่วนผู้ปกครองยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ จึงยังไม่ให้ลูกหลานมาเรียนหนังสือ

สิบเอก วรุธ ภิชาเศวตว์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจรก ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูห้องเรียนของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมีนักเรียน จำนวน 31 คน จากทั้งหมด 32 คน เนื่องจากเด็กนักเรียนที่หายไป 1 คน ก็คือ ด.ช.ธิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ น้องน้ำโขง อายุ 8 ขวบ ที่เสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชายิงมาตกใส่บ้านเลขที่ 159 บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา

ภายในห้องเรียนพบเพียงโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งของน้องน้ำโขงที่ว่างเปล่า เป็นภาพที่น่าสลดใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคุณครูประจำชั้น คือ น.ส.สุทธิวรรณ นพเก้า ได้นำสมุดหนังสือของน้องน้ำโขงออกมาให้ดูต่างหน้า พร้อมกับเปิดสมุดการบ้านและภาพวาดต่างๆ ซึ่งเป็นลายมือและฝีมือการวาดภาพของน้องน้ำโขง ที่วาดไว้ให้ดู เนื่องจากไม่มีน้องน้ำโขงอีกแล้ว ทั้งเพื่อนๆ และครูก็ยังคงคิดถึงน้องน้ำโขงไม่หายและยังหวาดผวาอยู่ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นยังไม่ถึง 1 เดือน

นอกจากนี้ ครูประจำชั้นยังเปิดภาพน้องน้ำโขงที่ถ่ายไว้ก่อนเสียชีวิตได้เพียง 3 วัน เป็นภาพที่ถ่ายเพื่อเตรียมจะทำประวัติต่างๆ ของเด็กนักเรียนทุกคน แต่ก็มาเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดเสียก่อน

น.ส.สุทธิวรรณ นพเก้า ครูประจำชั้น กล่าวสั้นๆ ด้วยความเสียใจว่า น้องนิสัยดี เชื่อฟัง เป็นเด็กดีน่ารัก พูดน้อยแต่ยิ้มเก่ง ขยันชอบอาสาช่วยงานครูตลอด เห็นโต๊ะที่ว่างเปล่าก็ยังคงคิดถึงลูกศิษย์คนนี้อยู่
อย่างไรก็ตาม ภายในโรงเรียนมีหลุมหลบภัยรองรับนักเรียน จำนวน 4 แห่ง แต่ส่วนใหญ่ไม่สมบูรณ์ ยังขาดยางรถยนต์ และดินในการซ่อมแซมปรับปรุงที่ไม่เพียงพอ ทางโรงเรียนยังต้องการยางรถยนต์และดินจากผู้ใจบุญอย่างเร่งด่วน เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ เนื่องจากมีข่าวว่าทหารกัมพูชามีการเสริมกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาประชิดชายแดนด้านปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เป็นจำนวนมาก.



