วันที่ 21 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางหนิง ยาทอง ชาวบ้านเลขที่ 158 หมู่ 8 บ้านโคกประเพอ ต.เมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้ว่าจ้างช่างมาทาสีธงชาติยาวกว่า 20 เมตร บนรั้วข้างบ้าน เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติและส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงไม่ปกติ โดยใช้เวลาทำความสะอาดและทาสีประมาณ 3–5 วัน
นางหนิง เปิดเผยว่า “ใจมันรักชาติเต็มร้อยค่ะ การทำครั้งนี้ก็เพื่อส่งกำลังใจให้ทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ” ขณะที่สามีของนางหนิง นายสมนัส ยาทอง ก็ร่วมส่งกำลังใจเช่นกัน
บรรยากาศรอบบ้านสะดุดตาชาวบ้านที่ผ่านไปมาอย่างมาก สะท้อนถึงความรักชาติอย่างน่าประทับใจ เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านตะตึงไถง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่ติดธงชาติยาวกว่า 20 เมตรบนกำแพงและหน้าเสาธง เพื่อปลูกฝังความรักชาติแก่เด็กนักเรียนและร่วมส่งกำลังใจให้พี่ทหารเช่นกัน

ด้านสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ณ เวลา 14.00 น. พบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา มีการเคลื่อนกำลังพล รถยนต์ และรถบรรทุกหลายคัน ขณะที่ตรวจพบโดรนของฝ่ายกัมพูชา จำนวน 93 ลำ กำลังของทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงอยู่ตามที่มั่น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและดูแลผู้อพยพ
ปัจจุบันมีประชาชนอพยพไปยังศูนย์รวบรวมพลเรือน 8 แห่งใน จ.อุบลราชธานี จำนวน 591 คน ขณะที่ฝ่ายปกครองจัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ดูแลบ้านเรือนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จิตอาสาพระราชทานได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ข้าราชการตำรวจและทหารผ่านศึกที่ได้รับผลกระทบ โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ พล.ต.ไชยนคร กิจคณะ พร้อมจิตอาสา 904 และประชาชนจิตอาสา ตรวจเยี่ยม พร้อมติดตามความคืบหน้าการสร้างบ้านของอาสาสมัครทหารพรานประวิทย์ งามแสน โดยมีความคืบหน้าในการติดตั้งระบบสายไฟ ฉาบผนังห้องน้ำ และงานด้านมุขด้านหน้าประมาณ 65%
นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข่าวลือเกี่ยวกับการรื้อถอนบ้านเรือนและตลาดบริเวณช่องอานม้า โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง คลิปที่ปรากฏเป็นคลิปจากต่างประเทศ แตกต่างจากเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ไทยชัดเจน จึงขอให้ประชาชนรับข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณและติดตามจากช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ



