สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงพื้นที่กรุงวอชิงตัน เพื่อเยี่ยมเยียนตำรวจส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ซึ่งกำลังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ ตามคำสั่งฝ่ายบริหารของผู้นำสหรัฐ เพื่อสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ในการปราบปรามอาชญากรรมในเมืองหลวง
JUST NOW: President Donald J. Trump stops by to thank the men and women of the national guard and law enforcement in D.C. for making the capital great again. ???????? pic.twitter.com/BgzxfNfEy6
— The White House (@WhiteHouse) August 21, 2025
ทั้งนี้ กรุงวอชิงตันระดมกำลังเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 800 นาย ขณะที่รัฐลุยเซียนา มิสซิสซิปปี เซาท์แคโรไลนา เทนเนสซี และเวอร์จิเนีย ส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้ามาสนับสนุนอีก รวมกัน 1,200 นาย ทำให้ตอนนี้กรุงวอชิงตัน มีเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิลงพื้นที่มากถึง 2,000 นาย

ทรัมป์ลงนามเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ในคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้อำนาจตามมาตรา 740 ของรัฐบัญญัติจัดการการปกครองตนเองของเขตปกครองตนเองโคลัมเบีย หมายถึงกรุงวอชิงตัน ซึ่งจะเป็นการทำให้สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตัน อยู่ภายใต้การควบคุมของส่วนกลาง

อนึ่ง รัฐบัญญัติจัดการการปกครองตนเองของเขตปกครองตนเองโคลัมเบีย ฉบับปี 2516 ระบุว่า ประธานาธิบดีสามารถมีอำนาจควบคุมการทำงานของตำรวจในกรุงวอชิงตันได้เป็นเวลา 48 ชั่วโมง “ภายใต้เงื่อนไขพิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉิน”
หากประธานาธิบดีต้องการควบคุมสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตันให้นานกว่า 48 ชั่วโมง ต้องแจ้งให้นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน และสภาเทศบาลกรุงวอชิงตันทราบ และหากต้องการใช้อำนาจนานกว่า 30 วัน ต้องให้สภาคองเกรสบัญญัติเป็นกฎหมาย.
เครดิตภาพ : AFP



