หลังจากต้องเผชิญหน้ากับมรสุมดราม่าครั้งใหญ่ จากเหตุการณ์งานแฟนไซน์ที่เมืองฉางชา ประเทศจีน ในงานแฟนไซน์ของ ออม กรณ์นภัส ที่เกิดความวุ่นวายของบัตรผีที่ถูกขายเพิ่มหน้างานและความชุลมุนที่เกิดขึ้น จนออมต้องหลั่งน้ำตาพร้อมกล่าวขอโทษแฟนๆ บนเวที

ล่าสุด ออม กรณ์นภัส ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมเผยความรู้สึกที่ปวดใจที่สุดเมื่อรู้ว่าแฟนคลับผู้ต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม โดย ออม เผยว่า

“หนูรู้ว่ามีการเหมือนขายบัตรเพิ่มหน้างาน แล้วพอหนูทำงานของหนูครบจบแล้ว คือจริงๆ ณ ตอนนั้นเหลือไฮบายใช่มั้ยก็ลงไปก่อนเพราะเหมือนเค้านับคนแล้วมันครบแล้ว ก็เอ๊ะทำไมคนเหลือเยอะ ก็เลยไปนั่งพักก่อนแล้วเค้าก็เคลียร์กัน ซักพักนึงเราก็ขึ้นมาบนเวทีพวกเขาก็เชียร์อัพเราทีนี้ก็แบบรู้สึกสงสารคนที่ซื้อบัตรอย่างถูกต้องบางคนเค้ายังไม่ได้ขึ้นเวที เพราะโอ๋ทีก็น้ำตาแหมะ สงสารแฟนคลับบางคนก็รีบเดินหรือบางคนก็เสียสละไม่เข้ามาตรงนั้นแล้วคือตอนไฮบาย ไฮบายคือก่อนที่งานจะจบ คนก็รีบเดินให้ออมเพราะเห็นเราอยู่ในฮอลล์แบบ 8-9 ชั่วโมง คือหนูตื่นตั้งแต่ 9 โมง 10 โมง แล้วตอนนั้นจะสองทุ่มแล้วทุกคนก็รีบเดินให้หนู”

“ถามว่าวันนั้นเป็นการทำงานที่ลากยาวที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเลยไหม ไม่ค่ะ มีแต่งหน้า เริ่มงานตอนบ่ายไปจบประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งจริงๆควรจะจบกี่โมงอันนี้ไม่แน่ใจเลย มันแล้วแต่จำนวนคนของงานด้วย แล้วแต่เบเนฟิตว่ามีกี่คน ส่วนความชุลมุนหนูไม่เห็น ได้ยินมาว่าแต่ชุลมุนจริงมั้ย ชุลมุนจริง น่าจะมีตำรวจมาหน้างานด้วย หนูตกใจ ตอนนั้นก็รู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้นค่ะเท่านั้นเอง จำนวนแฟนคลับจริงๆ 700 คน แต่เพิ่มมาอีกค่อนข้างเยอะเท่าที่เห็นด้วยตาเปล่านะ”

ออม เผยต่อว่า “หนูรู้เบเนฟิตมันถูกเพิ่มขึ้นมาเพราะจะมีคนของช่องสามกดอยู่ว่าครบหรือยัง พอครบแต่แถวยังยาวอยู่เลย หนูก็เลยแบบว่าไม่ใช่แล้ว ก็ตกใจ ก็แก้สถานการณ์เฉพาะหน้ากัน ลงไปก่อนแล้วก็มีการเคลียร์กันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าถ้ารายละเอียดดีเทลเล็กๆ พวกนี้หนูจะไม่รู้เพราะว่าผู้ใหญ่คุย สิ่งที่หนูสื่อสารบนเวที คือหนูก็ขึ้นมาแล้วก็ขอโทษนะที่ทำให้รอนาน หวังว่าคุณจะเข้าใจ แค่นั้นเลยเพราะว่าหนู ณ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หนูก็เลยขอโทษไว้ก่อนเพราะว่าแฟนๆ เค้าต้องรอนาน ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เราเดินลงไปหลังเวที เรายังได้กินข้าวนะ แล้วเวลาไฮบายเราจะถามกันตลอดว่ากินข้าวหรือยัง ออมก็สะเทือนใจ สงสารอะ เค้าอุตส่าห์มาหากันตั้งแต่เช้า”

“ออมเลือกขึ้นไปที่จะกลับไป ก็คือตัดสินใจร่วมกันหมดเลยเพราะมันต้องทำให้จบ เพราะว่ามีคนรอเราอยู่เยอะมาก พอขึ้นไปแล้วคนที่เหลือพอได้เห็นสีหน้าเค้า หนูร้องไห้ค่ะ รูปที่ออกมาก็คือรูปตอนที่ไฮบายครึ่งหลังแล้ว ทุกคนคือรีบวิ่ง คือปกติไฮบายทุกคนจะค่อยๆ แล้วรอบนี้ทุกคนวิ่งเพื่อให้เรารีบกลับบ้าน ตอนนั้นหนูไม่ได้มองหน้าแม่ ไม่กล้ามองหน้าใครเลย แต่ก็เห็นว่าเค้าก็ร้องไห้เหมือนกันเพราะว่าเค้าอีโมชั่นนอลกันหมดทั้งบ้าน แม่เห็นแม่ก็สงสาร”

ออม เผยอีกว่า “ที่คนชื่นชมกับสปิริตเราขอบคุณค่ะ มันไม่ใช่สปิริตแต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วค่ะ (แสดงว่าก็เห็นใจแฟนคลับที่ซื้อบัตรเพิ่มแล้วเค้าอาจจะยังไม่รู้?) อันนี้หนูไม่รู้หนูไม่เคยคิด หมายถึงว่าไม่คิดว่าจริงๆ มันก็มีผลกระทบ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เรื่องนี้หนูไม่รู้จริงๆ ว่ายังไง คำที่แฟนคลับเค้าปลอบใจจนทำให้เราน้ำตาไหลคือเหมือนเค้าบอกว่า สู้ๆ น้า แล้วก็บอก ไม่ใช่ความผิดคุณนะ อย่างงี้ พอได้ยินก็รู้สึกว่าเค้าก็รอเรา รักพวกชีเนาะ แฟนๆ บางคนไม่ได้เจอออมด้วย เพราะว่ามีบัตรผีเข้ามา แล้วบางคนที่เค้าซื้ออย่างถูกต้องเค้าไม่ได้ขึ้น”

“เหตุการณ์ที่โทรฯให้ มศว มารับกลับอันนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกัน หนูขอชี้แจงตรงนี้เลยว่าแบบช่องกับคุณแม่หนู คือเร็วที่สุด ณ ตอนนั้นเค้าต้องเอาความปลอดภัยหนูก่อนใช่ไหมคะ แม่และช่องก็บอกว่าระหว่างทางเลือกที่หนึ่งกับทางเลือกมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเร็วกว่านะเพราะเค้าอยู่ใกล้นิดเดียวเอง งั้นมาก่อนและกันแค่นั้นเอง แต่รถของช่องก็มีอยู่ อะไรเร็วสุดที่ออกจากตรงนั้นได้ก็คือเอาอันนั้น ทุกฝ่ายช่วยกันแล้วก็คุยกันตลอดเวลาไม่มีการดูแลไม่ดีหรือว่าอะไร ไม่มีให้เรายืนอยู่คนเดียว”

ออม ยังเล่าอีกว่า “หลังจากนั้นกลับไปโรงแรมก็ได้คุยกับแม่ สิ่งที่คุยก็เรื่องแฟนคลับว่าสงสาร หนูดูพูดเรื่องนี้เยอะเนาะแต่มันเป็นเรื่องที่ค้างคาใจหนู วันนี้ยอมรับเลยว่ามันเศร้าซึมทั้งวันจริง เป็นห่วงความรู้สึกคน เป็นคนเซนซิทีฟกับความรู้สึกคนนึกออกปะ เอาเป็นว่าห่วงแฟนคลับมาก ก็อยากให้เค้าได้รับเต็มนึกออกมั้ย ฝั่งคนจัดงานอันนี้ไม่รู้ ผู้ใหญ่ เรื่องกระบวนการเรื่องสัญญาก็ให้ผู้ใหญ่ เราทำหน้าที่ของเรา พอสภาพจิตใจตอนนี้เศร้าซึม ก็มูฟออนได้นะแต่ก็แอบเศร้าซึมนิดนึงที่แบบมีคนไม่ได้รับสิทธิ แต่ก็โอเคขอให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความยุติธรรม ขอให้เค้าได้เงินคืน สู้ค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ”

ขอบคุณภาพประกอบจาก:orm.kornnaphat