เมื่อวันที่ 23 ส.ค. บรรยากาศชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.กาบเชิง และ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง หลังมีกองกำลังทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าประชิดแนวชายแดน พร้อมส่งโดรนบินสอดแนมและก่อกวน แม้ที่ผ่านมาได้มีการเจรจาระดับกองทัพและรัฐบาลแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดมีรายงานว่า ทหารไทยสามารถยิงสอยโดรนได้ 4 ลำ และอยู่ระหว่างค้นหาซากที่ตกอยู่ในพื้นที่ป่า อ.พนมดงรัก

ขณะเดียวกัน พ่อค้าแม่ค้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต่างพากันโอดครวญว่าได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากบรรยากาศการค้าซบเซา ลูกค้าหายเกือบ 100% หลายร้านต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่อไปได้ หลายครอบครัวเริ่มอพยพออกจากพื้นที่เองโดยไม่รอคำสั่งทางการ

นางคำภาย เชื้ออินทร์ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายหมูสด เผยว่า ยอดขายตกลงอย่างหนัก เหลือไม่ถึง 10% ทุกวันนี้ต้องขายขาดทุน ไม่มีใครกล้าออกมาซื้อสินค้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวาดผวา จนชาวบ้านไม่กล้าออกไปกรีดยางหรือทำมาหากินตามปกติ วอนรัฐบาลเร่งเจรจาและแก้ปัญหาให้ยุติโดยเร็ว

ด้านนางพัชรี มากัง อายุ 52 ปี แม่ค้าร้านโชห่วย เล่าว่า ขายของแทบไม่ได้เลย ลูกค้าหายไปเกือบหมด ขณะที่ครอบครัวต้องอยู่แบบวันต่อวัน หาเงินเพียงเพื่อซื้อกับข้าวประทังชีวิต ปัญหาชายแดนที่ยืดเยื้อ ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกไปทำงานนอกบ้าน และยังไม่ได้รับการชดเชยหรือการเยียวยาใด ๆ จากรัฐบาล เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว กลับถูกซ้ำเติมหนักกว่าเดิม

ชาวบ้านในพื้นที่จึงเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งหาทางออกอย่างจริงจัง เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนโดยเร็ว ก่อนที่ชาวบ้านและแม่ค้าจะอดตายไปมากกว่านี้