สวัสดีแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกคนพบ วนกลับมาพบกันเป็นประจำทุกสัปดาห์เลยนะคะ กับคอลัมน์บันเทิงสุดฮอตอย่าง “SeoulStation” พื้นที่ ที่จะพาแฟนๆ ทุกคนมาอัปเดตข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์ ซึ่งนูน่าก็ไม่พลาดที่จะขนเอาความพิเศษ และความสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาฝากกันเช่นเคย โดยสัปดาห์นี้นูน่าขอเอาใจสายซีรีส์กันสักหน่อย กับซีรีส์เกาหลีแนวอาชญากรรม-คอมเมดี้เรื่องใหม่อย่าง “Confidence Queen” (ราชินีนักต้ม) ที่พร้อมจะมาสร้างความตื่นเต้นและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมทั่วโลก โดยซีรีส์เรื่องนี้เป็นการนำผลงานซีรีส์ญี่ปุ่นชื่อดังเรื่อง “Confidence Man JP” มาสร้างใหม่ในเวอร์ชันเกาหลี นำแสดงโดยนักแสดงสาวมากฝีมือ “พัคมินยอง” (Park Min Young) ที่กลับมาพร้อมบทบาทสุดท้าทายในฐานะนักต้มตุ๋นผู้เฉลียวฉลาด รวมถึงนักแสดงมากฝีมืออีก 2 คนที่จะมาประชันบทบาทกันอย่างถึงพริกถึงขิงอย่าง “พัคฮีซุน” (Park Hee Soon) นักแสดงมากประสบการณ์ที่พลิกมารับบทแนวคอเมดี้ และ “จูจงฮยอก” (Joo Jong Hyuk) นักแสดงรุ่นใหม่ที่โดดเด่นจากบทบาทอันหลากหลาย

“Confidence Queen” เล่าเรื่องราวของ “อีรัง” หญิงสาวผู้ชาญฉลาดที่ผันตัวมาเป็นนักต้มตุ๋นตัวฉกาจ เธอร่วมทีมกับ “เจมส์” และ “กูโฮ” เป็นสามนักต้มตุ๋นที่ทำงานร่วมกันเพื่อเปิดโปงพวกสิบแปดมงกุฎและยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบของพวกเขา ซีรีส์เรื่องนี้กำกับโดย “นัมกีฮุน” และเขียนบทโดย “ฮงซึงฮยอน” เป็นการผสมผสานความตื่นเต้นของการสืบสวนเข้ากับอารมณ์ขันได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้ทั้งความลุ้นระทึกและเสียงหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน โดย “พัคมินยอง” รับบท “ยุนอีรัง” ทายาทสาวผู้ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตในเงามืดเนื่องจากเหตุการณ์ในวัยเด็ก ด้วยความที่เป็นคนเฉลียวฉลาด มีสัญชาตญาณเฉียบคม และมีสมาธิเป็นเลิศ อีรังจึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นนักต้มตุ๋น เธอสร้างทีมร่วมกับเจมส์ และกูโฮเพื่อปล้นเงินที่ได้มาอย่างมิชอบจากเหล่าคนชั่ว พร้อมกับสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง

ด้าน “พัคฮีซุน” รับบท “เจมส์” ชายผู้เงียบขรึมที่ใช้ชีวิตจำเจมาโดยตลอด จนกระทั่งได้พบและร่วมงานกับ “อีรัง”และ “กูโฮ” การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมใหม่นี้ ทำให้เขาได้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ในชีวิต ทั้งการผจญภัยและการลองทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน และเจมส์ก็ยินดีที่จะเดินไปพร้อมกับพวกเขา และ “จูจงฮยอก” รับบท “มยองกูโฮ”ชายหนุ่มจิตใจดีที่เติบโตมากับคุณปู่บนเกาะเล็ก ๆ เขาเปี่ยมไปด้วยพลังแบบสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ที่ร่าเริง เข้ากับคนง่าย มองโลกในแง่ดี เขาใช้ความเป็นตัวเองนี้เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยทีมได้อย่างดี

และเพื่อเป็นความพิเศษสำหรับแฟนๆ SeoulStation “นูน่าเมี้ยน” ก็ไม่พลาดคว้าตัว พัคมินยอง, พัคฮีซุน และ จูจงฮยอก มาสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงความรู้สึก และบทบาทในเรื่องนี้ พร้อมรสชาติความสนุกที่แฟนๆ จะได้เจอ รวมถึงเบื้องหลังความคอเมดี้ที่ต้องรับส่ง และอาศัยจังหวะกันที่บอกเลยว่าแฟนๆ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด!

‘ต้นตุ๋น’ นอกจากแปลว่าโจรกรรมแล้ว ในภาษาไทยยังเป็นวิธีการทำอาหารด้วย ถ้าเปรียบกับซีรี่ส์เรื่องนี้แล้ว คิดว่าหม้อนี้จะมีรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?

พัคมินยอง : “ในละครของพวกเรา ทุกคนจะมีดราม่าของตัวเอง มีเรื่องราว มีความเจ็บปวด มีความสุขของตัวเอง และพวกเราก็มีความภักดีมิตรภาพที่แน่นเฟ้นต่อกัน และมีความลับ การแก้แค้นด้วย มีทุกอย่างที่เข้ากันเต็มไปหมด เหมือนกับชุดของขวัญเซ็ตรวมเลย เลยขอเลือกเป็น “จัมปง” ค่ะ”

พัคฮีซุน : “ผมคิดว่าเป็น “บูแดจีเก” ครับ ทั้งสแปม แฮม หรือ ชีส ที่มีอยู่ในนั้น เป็นอาหารต่างชาติ ไม่ใช่อาหารเกาหลีโดยเฉพาะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมนู “บูแดจีเก” นี้เป็นอาหารเกาหลีครับ ผมคิดว่าละครเรื่องนี้เป็นแบบนั้นครับ ต้นฉบับเป็นของญี่ปุ่น แต่เราเอามาต้มในวิธีของพวกเรา เอามาทำให้เป็นรสชาติของพวกเรา ผมคิดว่าเป็นผลงานแบบนั้นครับ”

จูจงฮยอก : “ผมขอเลือกเป็น “ต้มยำกุ้ง” ครับ ก่อนอื่นเป็นอาหารที่ผมชอบมาก ๆ เลยครับ เวลากินต้มยำกุ้ง จะมีรสชาติของผักชีและความสดชื่นของตะไคร้ ทุกอย่างมันลงตัวมากเลย กลายเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบ ผมคิดว่านี้คือคำที่อธิบายทีมของพวกเราได้ดีครับ รู้สึกแบบนั้นครับ”

คุณถ่ายทอดเสน่ห์ของบทที่ได้รับในแต่ละเรื่องออกมาได้ดีมากๆ สำหรับบท ยุนอีรัง ในเรื่องนี้ คุณคิดว่าเสน่ห์ที่จะทำให้แฟนๆ หลงรักคืออะไร?

พัคมินยอง : “ฉันไม่อยากบอกก่อนล่วงหน้าเลยค่ะ เพราะว่าเป็นตัวละครที่ต้องเป็นความลับก่อนแล้วค่อยโผล่ “ท๊าดา” ถึงจะเท่ทุก ๆ อย่างมีความพลิกล็อกเต็มไปหมด และเชื่อมโยงกันอยู่ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าทุกคนรับชมซีรีส์เรื่องนี้เองเลยดีกว่าค่ะ”

จุดเด่นของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือการแสดงที่โอเวอร์และความเข้าขากันของ 3 ตัวละคร แล้วในเวอร์ชั่นเกาหลีมีเสน่ห์มีจุดเด่นอย่างไร ทั้ง 3ท่านตีความและถ่ายทอดบทบาทร่วมกันอย่างไรบ้าง?

พัคฮีซุน : “ละครของเรามีการดัดแปลงให้มีความเกาหลีเยอะเลยครับ ถึงแม้ว่าเส้นเรื่องจะคล้ายกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่น จะมีเรื่องราวออริจินัลอยู่ มีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ของแต่ละคน และเรื่องราวต่าง ๆ จะค่อยปรากฏขึ้นทีละนิด และทุกอย่างจะคลี่คลายในตอนสุดท้าย ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องราวที่จริงจังอยู่ด้วย แต่เคมีของพวกเราทั้งสามคนจะมีความตลกอยู่ เพราะภาพของพวกเราจะออกมาเป็นเหมือนเด็กแสบ ๆ จะมีความต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นอยู่ครับ พวกเราพยายามให้ละครออกมาสนุกขึ้น ให้ทุกคนได้หัวเราะมากยิ่งขึ้น”

จูจงฮยอก : “และการตีความความสัมพันธ์ของทีมนี้ก็เช่นกันครับ พวกเราทั้งสามคนได้มาเจอกันจากแผนของอีรัง มันไม่ใช่ว่าเรามารวมตัวกันเป็นทีมแบบ “มาต่อสู้ไปด้วยกันเถอะ” ตั้งแต่ต้น ทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเอง แต่พอได้มาทำงานด้วยกันแล้วก็ค่อย ๆ เกิดเป็นความรักในรูปแบบของครอบครัว มีกระบวนการที่ค่อย ๆ กลายมาเป็นครอบครัวกันครับ ผมเลยตีความออกมาแบบนั้นครับ”

พัคมินยอง : “พวกเราทั้งสามคนไม่ได้เป็นคนที่ความสุขขนาดนั้น เป็นคนโชคร้ายสามคนที่มารวมตัวกัน เริ่มต้นจากการหาความสุขเล็ก ๆ และหลังจากนั้นก็มาเติมเต็มเป็นครอบครัวให้กันและกัน เป็นที่พึ่งพิงให้กัน ถึงแม้ว่าบางทีเราก็มีทะเลาะกัน ส่วนความเป็นเกาหลี อย่างที่ทุกท่านทราบอยู่แล้วจะมีสีสันของความเป็นละครเกาหลีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ อารมณ์ความรู้สึก ความขุ่นแค้น และสไตล์ต่าง ๆ ทั้งหมด ฉันคิดว่าซีรีส์เกาหลีมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้คนจำนวนมากชอบดูกัน เราเลยพยายามจะรักษาวัฒนธรรมเกาหลีเอาไว้ให้ได้มากที่สุดค่ะ”

คุณคิดว่าอะไรคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่ทีมต้มตุ๋นของพวกคุณที่จะทำให้ผู้ชมอยากติดตามและเอาใจช่วย?

พัคฮีซุน : “ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องราวของตัวแสบสามคนที่ต่อสู้กับเหล่าวายร้ายครับ คนที่เป็นเป้าหมายในการหลอกลวงและลงโทษของพวกเรา คือเหล่าวายร้ายที่ข่มเหงรังแกคนอ่อนแอ เลยคิดว่าจะมีความรู้สึกสะใจในจุดนี้ และในกระบวนการนั้นเสียงหัวเราะก็ไม่ได้หายไป พวกเราเป็นสามสหายที่มีมุมตลกและความคอเมดี้อยู่ คิดว่าจะมีความรู้สึกสดชื่นสะใจครับ”

พัคมินยอง : “ตลอดทั้ง 12 ตอน พวกเราจะแปลงโฉมทุกครั้งเลย อย่างฉันมีแปลงโฉมเป็นเด็กต่างจังหวัดแถวคังวอนโดไปจนถึงเป็นคุณแม่อายุเยอะที่มีลูกชาย เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เล่นบทบาทที่หลากหลายขนาดนี้ คิดว่าจุดเหล่านี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกค่ะ ทุกคนน่าจะได้คอยเดากันว่า ตอนต่อไปเขาจะแปลงโฉมแบบไหนอีกนะ”

จูจงฮยอก : “ในละครของพวกเราจะมีเหล่าวายร้ายที่ออกมาในแต่ละตอน นักแสดงที่เล่นเป็นตัวร้ายเนี่ย ทุ่มเททั้งกายใจ เล่นกันออกมาเป็นคนเลวจริง ๆ ครับ ทุ่มเททั้งกายใจ แสดงออกมาได้ร้ายมาก ๆ พวกเราก็เลยต้องแปลงโฉมเป็นบทบาทต่าง ๆ ไปหลอกพวกเขา และตอนสุดท้ายที่พวกเราชนะ จะรู้สึกสะใจมาก คิดว่าเป็นจุดที่จะทำให้ทุกคนมีพลังดูได้จนจบครับ”

คุณเคยเล่นบทแนวเข้มข้นจริงจังมาหลายเรื่อง พอมาเล่นซีรีส์ที่มีจังหวะสนุกๆ แบบนี้ มีโมเมนต์อะไรที่ทำให้รู้สึก ‘สดชื่น’ หรือ ‘แปลกใหม่’ เป็นพิเศษบ้างไหม?

พัคฮีซุน : “ที่จริงแล้วตัวจริงผมน่าจะใกล้เคียงกับฝั่งนี้(คอเมดี้)มากกว่าครับ แค่ว่าที่ผ่านมาผมได้บทบาทหนัก ๆ เยอะ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนชอบความตลก และในความสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็จะเป็นสไตล์สบาย ๆ ด้วย แต่ด้วยเสียงและรูปร่างหน้าตาของผม ทำให้ได้รับบทหนัก ๆ แรง ๆ เยอะ แนวสนุก ๆ แบบนี้เป็นอะไรที่อยากทำมาก ๆ อยากลองแสดงผลงานที่มีความคอเมดี้เยอะ ๆ อยากได้ลองแปลงโฉมหลาย ๆ พอได้มาเจอกับผลงานชิ้นนี้ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำผมเลยมีความสุข รู้สึกดีและสนุกมาก ๆ ครับ”

ซีรีส์เรื่องนี้ต้องใช้เทคนิคและการแสดงที่ละเอียดมากๆ ทั้งการแสดงในโหมดของนักต้มตุ๋น และคอเมดี้ การแสดงในเรื่องของแต่ละคนยากไหม?

พัคมินยอง : “สำหรับฉันสนุกมากเลยค่ะ ถึงขั้นที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าที่ผ่านมามีซีรีส์เกาหลีที่สามารถพูดโดยไม่คิด เล่นกันสนุกสนาน และเป็นอิสระกันได้ขนาดนี้ไหมนะ สำหรับฉันเริ่มทำงานตรงนี้เมื่อนานมาแล้ว เลยได้มีประสบการณ์กับเส้นทางของซีรีส์เกาหลีมาจนถึงตอนนี้ นี่เป็นบทบาทที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าน่าจะถ่ายทำออกมาได้อย่างสนุกมาก ๆ ค่ะ ปกติแล้วฉันไม่ค่อยดูละคร แต่เพื่อการแสดงบทโซซิโอพาธ (Sociopath) ฉันดูสารคดีเกี่ยวกับโซซิโอพาธทั้งหมดเลย และกระบวนการสร้างตัวละครไปทีละจุด ๆ ก็สนุกมากเลยค่ะ”

พัคฮีซุน : “ละครเรื่องนี้เป็นคอเมดี้ และเคมีของทั้งสามคนเป็นจุดที่สำคัญมาก เลยอยากจะให้ภาพของพวกเราในชีวิตประจำวันได้ส่งต่อไปในผลงาน ตั้งแต่เริ่มโปรเจค พวกเราก็ไปอ่านบทกันที่บ้านคุณพัคมินยอง ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ทำให้เราสนิทกัน ผมก็เลยเชื่อว่าภาพในชีวิตประจำวันของพวกเราจะถูกหลอมรวมอยู่ในผลงานชิ้นนี้ครับ”

จูจงฮยอก : “ตอนช่วงต้น ๆ “ความตลก” ที่แต่ละคนคิดอาจจะต่างกันเล็กน้อย ตอนซ้อมพวกเราเลยลองหลายแบบมากเพื่อให้ออกมาเข้ากัน แล้วถ้ามีจุดไหนที่ยังขาดไป ทั้งสองท่านก็จะด้นสดให้หลายแบบเลย รับส่งกัน มีจุดสนุก ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะเลยครับ เป็นจุดต่าง ๆ ที่พวกเราพยายามทำเพื่อเติมเต็มในส่วนของคอเมดี้ครับ”

หลังจากสวมบทบาทนักต้มตุ๋มในซีรีส์เรื่องนี้แล้ว ได้เรียนรู้อะไรจากการทำภารกิจต่างๆ ของเหล่าตัวละครบ้าง?

พัคมินยอง : “มีอยู่ประโยคนึงในบทพูดของฉันค่ะ พวกคนชั่วจะไปเข้าคุกไม่ได้หรอก ต้องชดใช้กรรมในชาตินี้สิ มีบทพูดนี้ค่ะ คิดว่าเป็นคำที่น่าจะถูกใช้กับตัวละครของฉันบ่อย ๆ ค่ะ”

จูจงฮยอก : “สำหรับผมไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรที่ได้เรียนรู้หรือรู้สึกเป็นพิเศษ แต่เวลาได้เจอกับพวกเขาที่กองถ่าย พอจบตอนแล้ว นักแสดงแต่ละท่านก็จะไม่มาแล้ว ในชีวิตจริงผมก็จะรู้สึกว่าเสียดายอยู่เสมอในทุก ๆ ตอนเลยครับ พอมาคิดดูว่าเป็นความรู้สึกแบบไหนกันนะ ก็ได้รู้ว่าเป็นความรู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เจอนักแสดงเหล่านั้นอีก เพราะพวกเราต้องก้าวไปสเต็ปต่อไป ก็เลยยังมีความรู้สึกเสียดายหลงเหลืออยู่ครับ”

พัคฮีซุน : “พวกเราไม่ได้มอบแค่ความสะใจให้เวลาที่ปราบตัวร้ายอย่างเดียว แต่เราจะคืนสิ่งของหรือเงินให้กับเหยื่อที่ถูกกระทำจากตัวร้ายด้วย เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าเป็นข้อความเล็ก ๆ ของซีรีส์เรื่องนี้ได้ไหมนะครับว่าการใช้ชีวิตเป็นคนดี ไม่ได้จะมีแต่เสียเปรียบเสมอไป พวกเราจะเอากลับไปคืนให้เองครับ”

บอกได้ว่า “Confidence Queen” เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ครบเครื่องทั้งในแง่ของความสนุกสนาน เนื้อหาที่เข้มข้น และการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงทุกคน เป็นอีกหนึ่งผลงานที่คอซีรีส์เกาหลีไม่ควรพลาด ออกอากาศตอนแรกวันที่ 6 ก.ย.นี้ และจะสตรีมให้ชมพร้อมกันทั่วโลกทาง Prime Video ทุกวันเสาร์และอาทิตย์..


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”