เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รัฐบาลอียิปต์ได้เปิดเผยโบราณวัตถุบางส่วนของเมืองโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลนอกชายฝั่งเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งมีทั้งซากอาคาร โบราณวัตถุ และท่าเรือในอดีต ซึ่งทั้งหมดมีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี

ทางการอียิปต์ระบุว่า แหล่งโบราณคดีใต้น้ำนี้ ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวอาบู คีร์ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนขยายของเมืองโบราณคาโนปัส ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญตั้งแต่สมัยราชวงศ์ทอเลมี ที่ปกครองอียิปต์มาเกือบ 300 ปี จนถึงยุคจักรวรรดิโรมัน ซึ่งปกครองพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 600 ปี

เชอริฟ ฟาธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ กำลังตรวจสอบโบราณวัตถุที่ค้นพบที่อ่าวอาบู คีร์ ในเมืองอเล็กซานเดรีย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 (Khaled DESOUKI / AFP)

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อว่าเมืองนี้และท่าเรือเฮราคลีออน ที่อยู่ใกล้เคียง ได้จมลงสู่ใต้ทะเลหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้ง และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าไว้เบื้องหลัง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทีมงานใช้เครนค่อยๆ ยกรูปปั้นขึ้นมาจากใต้น้ำ ขณะที่นักดำน้ำซึ่งช่วยกันงมซากวัตถุโบราณเหล่านั้นขึ้นมา ส่งเสียงเชียร์จากชายฝั่ง

นักดำน้ำส่งเสียงเชียร์ขณะที่เครนกำลังดึงโบราณวัตถุขึ้นมาจากน้ำที่อ่าวอาบู คีร์ (Khaled DESOUKI / AFP)
ทีมนักดำน้ำเฝ้าดูเครนกำลังดึงโบราณวัตถุขึ้นมาจากน้ำที่อ่าวอาบู คีร์ (Khaled DESOUKI / AFP)

“ยังมีโบราณวัตถุใต้น้ำอีกมาก แต่สิ่งที่เราสามารถนำขึ้นมาได้นั้นมีจำกัด เพราะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่เข้มงวด” นายเชอริฟ ฟาธี รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ กล่าว “ส่วนที่เหลือจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของมรดกใต้น้ำของเรา”

ซากโบราณที่กระทรวงฯ เปิดเผยในวันนั้น ได้แก่ อาคารหินปูนที่อาจใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา, ที่พักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์และอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีการค้นพบอ่างเก็บน้ำและบ่อที่แกะสลักจากหินสำหรับกักเก็บน้ำใช้ในครัวเรือน และสำหรับการเพาะเลี้ยงปลาอีกด้วย

การค้นพบที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ รูปปั้นบุคคลในราชวงศ์ และสฟิงซ์จากยุคก่อนโรมันเข้ามาปกครอง ในจำนวนนี้มีรูปปั้นสฟิงซ์ที่ยังคงสภาพไว้ได้เป็นบางส่วน พร้อมเครื่องหมายประจำพระองค์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในฟาโรห์ที่โด่งดังและปกครองแผ่นดินในระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดของอียิปต์

บางส่วนของโบราณวัตถุที่ทีมงานนำขึ้นมาจากใต้ทะเล (Khaled DESOUKI / AFP)

อย่างไรก็ตาม มีรูปปั้นหลายชิ้นที่ไม่สมบูรณ์ เช่น รูปปั้นทอเลมี ที่ทำจากหินแกรนิต ซึ่งส่วนศีรษะหายไป และท่อนล่างของรูปปั้นขุนนางโรมันที่แกะสลักจากหินอ่อน

นอกจากนี้ ยังพบเรือขนส่งสินค้า, สมอเรือหิน และเครนท่าเรือจากยุคทอเลมีและยุคโรมัน ในบริเวณท่าเทียบเรือ ที่มีความยาวถึง 125 เมตร ซึ่งกระทรวงฯ ระบุว่าถูกใช้เป็นท่าเรือสำหรับเรือขนาดเล็กจนถึงยุคไบแซนไทน์

เมืองอเล็กซานเดรียถือว่าเป็นแหล่งรวมซากปรักหักพังและสมบัติทางประวัติศาสตร์โบราณนับชิ้นไม่ถ้วน แต่เมืองใหญ่อันดับสองของอียิปต์แห่งนี้ ก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะจมลงสู่ใต้ทะเลเช่นเดียวกับเมืองคาโนปัสและเฮราคลีออน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยเมืองกำลังจมลงปีละไม่ต่ำกว่าสามมิลลิเมตร

ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ คาดว่าหนึ่งในสามของเมืองอเล็กซานเดรีย จะจมอยู่ใต้น้ำหรือกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยไม่ได้ภายในปี ค.ศ. 2050

เครดิตภาพ : AFP