เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายรัฐพล ธุระพันธ์ นอภ.เมืองลพบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว จากกรณีที่ชื่อของ “หลวงพ่ออลงกต” มีวันเดือนปีเกิดและชื่อตรงกับ “นายอลงกต พลมุข” ที่เป็นอดีตข้าราชการที่อำเภอผักไห่และได้เสียชีวิตไปแล้วว่า จากการตรวจสอบเลขทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนพบว่า ทั้งสองคนมีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักไม่ตรงกัน

โดยเจ้าคุณอลงกต ได้มีการเปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2552 แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นคนละคนกัน และจากการตรวจสอบดูสูติบัตรรวมทั้งข้อมูลอื่น เจ้าคุณอลงกตจะเป็นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ส่วนในใบสุทธิมีวันเกิดแจ้งไม่ตรงกัน คงเป็นเรื่องที่ทางสำนักพุทธศาสนาไปตรวจสอบ ในส่วนของทางฝ่ายปกครองสำนักทะเบียนราษฎร ถือว่าได้จบสิ้นในข้อมูลแล้ว และหลวงพ่ออลงกตก็ไม่มีความผิดในเรื่องนี้

สำหรับประเด็นการตรวจสอบมูลนิธิของวัดพระบาทน้ำพุ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบอยู่ มีการรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิในทุกวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี โดยในรายงานด้านทรัพย์สินของมูลนิธิและที่ดิน ก็มีแจ้งจำนวนอย่างละหนึ่งล้านบาท ซึ่งตรงนี้เราสงสัย เช่น “ใจฟ้าอคาเดมี่” เป็นของใครก็ได้รับคำตอบว่าเป็นของมูลนิธิธรรมรักษ์ส่วนหนึ่ง และของมูลนิธิอาทรประชานาถ ส่วนหนึ่ง

ส่วนรายละเอียดนั้น คงต้องให้ทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ชี้แจงต่อไป แต่ตอนนี้เราได้ยอดจำนวนที่ดินที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมจากที่เขามีการชี้แจงออกมา นอกจากนี้ ยังต้องดูวัตถุประสงค์ของการจดตั้งมูลนิธิว่า เขาได้มีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์อย่างไร เช่น เรื่องของการดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ การดูแลเรื่องของการศึกษา หากไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ก็ต้องทำการยกเลิกมูลนิธิต่อไป ทั้งนี้คงต้องให้นายทะเบียนเป็นผู้วินิจฉัย ในส่วนของที่อำเภอเมืองลพบุรีดูแลนอกจากสองมูลนิธิแล้ว มีมูลนิธิ “ฟ้าสร้างไทย” ซึ่งได้มีการปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงวันที่ 21 ส.ค. 68 ที่ผ่านมาในโลกออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นของเพจ “แฉวีรกรรมหมอบี” ซึ่งได้กล่าวอ้างพาดพิงไปถึง “เจ้าของร้านเพชรชื่อดัง” ใน จ.ลพบุรี ว่าเป็นเครือข่ายฟอกเงินรายใหญ่ของ “วัดพระบาทน้ำพุ” มีการโยงไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังในจังหวัด อีกทั้งยังอ้างว่า เจ้าของร้านเพชรมีสามีเป็นตำรวจ ขอให้ลูกเพจช่วยออกมาแฉพฤติกรรมของเจ้าของร้าน แต่ชาวลพบุรีส่วนใหญ่ทราบว่า การกล้าวอ้างดังกล่าวล้วนไม่เป็นความจริง เพราะทางเจ้าของร้านเพชรไม่เคยฟอกเงินให้กับวัด แต่ทำธุรกิจค้าขายครีมเสริมความงาม ที่ผ่านมาเจ้าของร้านเพชรมักจะทำบุญแจกจ่ายอาหารให้แก่ชาวบ้านที่ยากไร้กว่า 200 คนเป็นประจำและต่อเนื่อง

ส่วนนายตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสามี ความจริงเป็นตำรวจที่ใช้เวลานอกราชการ มาดูเรื่องความปลอดภัยภายในร้านขายเพชรช่วงเวลาเย็น และมีการร่วมแสดงความยินดีเมื่อตอนได้รับเลื่อนยศ เคารพนับถือเป็นเสมือนญาติ ไม่ใช่สามีตามที่ถูกกล่าวอ้าง ต่อมาทางเพจได้ลบข้อความดังกล่าวออกไป เนื่องจากทัวร์ลงหนัก ขณะที่ เจ้าของร้านเพชรทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว จึงได้รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ให้เอาผิดกับเพจ “แฉวีรกรรมหมอบี” เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา