นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจสอบเลขประชาชน 13 หลัก ของ พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ “หลวงพ่ออลงกต” วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี พบว่า ในหนังสือสุทธิของพระสงฆ์ กับในบัตรประชาชนไม่ตรงกัน อีกทั้งยังพบว่าเลข 13 หลักในบัตรประชาชน ยังไปตรงกับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย ว่า การที่ท่านไปเปลี่ยนเลขบัตรประชาชน ก็ย่อมทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่ามีอะไรหรือไม่ ซึ่งในการบวชสมัยก่อน ยอมรับว่าไม่ได้มีความเข้มงวดถึงขั้นต้องตรวจเลข 13 หลัก และประวัติอาชญากรรมเช่นเดียวกับในสมัยปัจจุบัน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยมีเจ้าคณะตำบลเขาสามยอด เป็นประธานนั้น พร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบเพื่อความชัดเจน ซึ่งจะมีการประสานข้อมูลจากฝ่ายปกครอง โดยทราบมาว่าทางผู้ว่าฯ ลพบุรี ได้มีการสั่งการแล้ว

นายอินทพร กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้หลวงพ่ออลงกต ยังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา อยู่ระหว่างการพิสูจน์ข้อมูลหลักฐานว่าท่านมีความผิดหรือไม่ ซึ่งหากมีหลักฐานชัดเจนว่าท่านทำให้คณะสงฆ์เสื่อมเสียร้ายแรง และมีการกระทำความผิดเป็นอาจิณ เจ้าคณะผู้ปกครองก็สามารถพิจารณาให้ท่านสละสมณเพศได้ ซึ่งเป็นแนวทางตามที่มหาเถรสมาคม (มส.) ได้เห็นชอบ ร่างกฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2568) ที่ระบุว่า หากพระสงฆ์ที่ละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ หรืออาบัติรุนแรงแต่ไม่ถึงขั้นปาราชิก เช่น ความผิดครุกาบัติ สังฆาทิเสส หากไม่สละสมณเพศจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์ ให้สละสมณเพศได้ โดยให้ พศ. นำเรื่องเสนอต่อเจ้าคณะภาค ในกรณีที่เป็นพระภิกษุทั่วไป และหากเป็นพระสังฆาธิการให้เสนอเจ้าคณะใหญ่ เป็นผู้พิจารณา แต่ถ้าพระที่ถูกร้องเรียนเป็นเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค เจ้าคณะใหญ่ และพระราชาคณะ ให้เสนอ มส. พิจารณา โดยหากมีหลักฐานชัดเจน แต่ไม่ยอมสละสมณเพศ ให้ พศ. แจ้งขออารักขาจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการดำเนินการให้สละสมณเพศต่อไป