ภายหลังพ่อนายกฯ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รอดบ่วงคดี 112 ที่ศาลชั้นตกยกฟ้องไปหมาดๆ ถึงต้องไปต่อสู้กันอีกในชั้นอุทธรณ์ ฎีกา แต่ก็เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้ “ตระกูลชินวัตร” ได้โลดแล่นในการเมืองไทยต่อได้อีกเฮือก
โดยคอการเมืองต่างนำมาจับกระแสเก็งข้อสอบผลลัพธ์คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ว่า “นายกฯอิ๊งค์”จะรอดหรือร่วง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฝ่ายกองเชียร์หรือกองแช่ง แต่ของจริงแท้แน่นอนก็ต้องวัดกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้
มาที่เกมการเมืองในสภา ล่าสุดฝ่ายค้าน โดย “พรรคภูมิใจไทย” โหมโรงชงญัตติด่วนขอให้สภา พิจารณาบันทึกความเข้าใจเอ็มโอยู 43-44 ระหว่างไทย-กัมพูชา หรือญัตติยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 เสนอโดย “สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง” สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา
พร้อมกับ “กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” นำโดย “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประเทศไทย และมวลสมาชิก นัดหมายมาปักหลักชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อหนุนให้ยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 และเรียกร้องให้นายกฯลาออก โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองเกือบทุกพรรคออกมารับหนังสือข้อเรียกของผู้ชุมนุม
แต่ก็ต้องมึนกันทั้งสภา เมื่อถึงช่วงก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาญัตติดังกล่าว “ไชยา พรหมา” รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้สั่งปิดประชุมสภาไปดื้อๆ ทั้งที่เจ้าตัวเป็นตัวแทนประธานสภา รับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงเช้า
ต่อมาพรรคฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและภูมิใจไทยแท็กทีมกันออกมาโวยการทำหน้าที่ของรองประธานสภา คนที่หนึ่งว่า ทำเอามึนกันทั้งสภาไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่วิปทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือกันไว้ว่าจะใช้สภาเป็นทางออกในการพิจารณาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แต่กลับชิงปิดสภาไปก่อน ต่อมา “ไชยา”ออกมาแก้ต่างรับจบว่า เป็นการประสานงานผิดพลาด ไม่ได้ชิงปิดประชุมสภาหนี และไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร ยืนยันทำหน้าที่เป็นกลาง
ทั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่รองประธานสภาฯ จากซีกเพื่อไทยชิงปิดประชุมสภาหนีทั้งองค์ประชุมล่มและญัตติด่วน นับตั้งแต่มีการเปิดสมัยประชุมฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ “สว.สีน้ำเงิน” รับลูกไปดำเนินการต่อในสภาสูง โดยมีวาระพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เสนอโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. คนเดียวกับที่ยื่นสอย “นายกฯ อิ๊งค์” ต่อศาลรัฐธรรมนูญปมคลิปเสียงหลุด
เกมการเมืองในสภาที่เกิดขึ้นในจังหวะนี้ จึงเปรียบเป็นมโหรีปี่กลองโหมโรงหล่อเลี้ยงกระแสไว้ ไม่ให้อารมณ์ความรู้สึกของสังคมในประเด็นข้อพิพาทไทย–กัมพูชาแผ่วลง ก่อน “นายกฯอิ๊งค์” จะเดินเข้าสู่แดนประหาร โดยมีศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพชฌฆาตหรือไม่.



