กรณีชื่อ หลวงพ่ออลงกต หรือ “อลงกต พูลมุข” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ซ้ำกับ “นายอลงกต พลมุข” อดีตข้าราชการ ชาว อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เสียชีวิตไปแล้ว รวมทั้งวันเดือนปีเกิดก็ยังตรงกัน ต่างกันเพียงปีเกิด นอกจากนี้ยังพบว่า มีการทดลองโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน “นายอลงกต” ชาวอยุธยาที่เสียชีวิตไปแล้ว กลับพบบัญชีปลายทางเป็นกองทุนรับบริจาคของ “วัดพระบาทน้ำพุ” ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นายพจ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นลูกชายของนายอลงกต พลมุข ที่เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องจากทางข่าวเมื่อวาน ระหว่างเดินทางไปทำบุญร้อยวันยายที่ จ.ราชบุรี ซึ่งหลังจากทราบเรื่องช่วงเย็นก็เดินทางกลับมาที่บ้านอำเภอผักไห่ พระนครศรีอยุธยา และได้ปรึกษากับทางครอบครัวแล้ว จึงได้ตัดสินใจไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ พ.ต.ท.กำพล กันธิยะ สว.(สอบสวน) สภ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้เป็นหลักฐาน

นายพจ กล่าวอีกว่า ที่ต้องไปแจ้งความเพราะชื่อของพ่อ รวมถึงเลข 13 หลักบัตรประชาชนของพ่อ มีความเชื่อมโยงกับหมายเลขบัญชีรับบริจาค บัญชีกองทุนอาทรประชานาถ เกรงว่าจะทำให้เกิดความเสียหาย จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว ซึ่งหากมีความเสียหายในส่วนใดก็จะดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป โดยในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) จะเดินทางไปที่กองปราบฯ เพื่อแจ้งความทางกองปราบฯ ดำเนินการอีกขั้นตอนหนึ่ง และปัจจุบันนี้ตั้งแต่เกิดเรื่องราว ก็ยังไม่มีใครโทรฯ มาหา ก็มีแต่ผู้สื่อข่าว และทราบความคืบหน้าคดีจากข่าวมาตลอด

นายพจ กล่าวว่า พ่อไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยตอนมีชีวิตอยู่ ส่วนบัตรประชาชน พ่อ ก็จะใช้แค่บัตรข้าราชการอย่างเดียวเพิ่งจะมาทำบัตรประชาชน แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรจนมาเป็นข่าว มีเลขบัตรประชาชนพ่อ ไปพัวพันกับบัญชี จึงได้ไปแจ้งความเพื่อความสบายใจของครอบครัว ตั้งแต่ก่อนจะเกิดเรื่องราว ก็มีเรื่องเอะใจแค่เรื่องเดียวคือมีจดหมายค่าบริการโทรศัพท์ที่เป็นชื่อพระ ส่งมาที่บ้าน แต่ก็แค่สงสัยนิดหน่อย ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย เพราะชื่ออาจจะซ้ำกันก็ได้