สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้อนรับประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว โดยนับเป็นการเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่อีรับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศใช้เวลาหารือกันนานประมาณ 40 นาที ในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นเกี่ยวกับสถานการณ์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า ตัวเขา “กำลังเดินมาถูกทางแล้ว” และยืนยันว่า รู้จักกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ “ดีกว่าน้องสาวของเขาเสียอีก” หมายถึง น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของท่านผู้นำ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่า จะได้พบกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ “อีกสักครั้ง” หลังเคยพบกันมาแล้ว 3 ครั้ง สมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยแรก

ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้สนับสนุนจุดยืนของทรัมป์ ในการผลักดันแนวทางการทูต มากกว่าการใช้มาตรการที่แข็งกร้าวกับเกาหลีเหนือ และเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐแสดงบทบาทในฐานะ “ผู้สร้างสันติภาพ” ในการ “สร้างเส้นทางใหม่” ไปสู่สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี
President Lee Jae Myung tells @POTUS that the situation on the Korean peninsula was "stable" during his first term, but that North Korea further developed its nuclear capabilities under Biden.
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) August 25, 2025
"They would not have done that if I were President."
"I completely agree with you." pic.twitter.com/2l2fFEKmig
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศหารือกันเกี่ยวกับ ฐานทัพสหรัฐในเกาหลีใต้ ซึ่งมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ราว 28,500 นาย ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า จะมีการประชุมกันอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับ “ความเป็นเจ้าของ” ของสหรัฐ เหนือดินแดนซึ่งกำลังเป็นสถานที่ตั้งของฐานทัพในเกาหลีใต้ แม้ทรัมป์ยังไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าหมายถึงอะไร แต่เริ่มมีเสียงวิจารณ์ในเกาหลีใต้แล้วว่า หากเป็นเรื่องของ “ลัทธิขยายอำนาจ” อาจยิ่งจุดกระแสต่อต้านในเกาหลีใต้
.@POTUS: "It's an honor to be with President Lee of South Korea… We're going to have some very serious discussions about different things, including trade." pic.twitter.com/j0O1SMokqQ
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) August 25, 2025
ในประเด็นทางการค้า เกาหลีใต้ต้องการเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง หลังเสนอแผนการลงทุนมากกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11.34 ล้านล้านบาท) เพื่อแลกกับการได้ลดภาษีจาก 25% ลงมาอยู่ที่ 15% แต่ทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงจะยังคงเดิมก่อน “อย่างน้อยในตอนนี้”.
เครดิตภาพ : AFP



