ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและภาคประชาชนในการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าทรัพยากรน้ำ

การจัดโครงการในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนภารกิจขอ กรมชลประทาน ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการระบบส่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ซึ่งการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันนโยบายให้สำเร็จตามเป้าหมาย

พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้กล่าวถึง สถานการณ์น้ำในปัจจุบันว่า เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง มีความจุ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 178 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 68% ของความจุอ่างฯ ส่วน เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด มีความจุ 260 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำ 165 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 62% ของความจุ ซึ่งทั้งสองเขื่อน สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบสถานการณ์อิทธิพลจากพายุโซนร้อน คาจิกิ ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนจัดการน้ำและบำรุงรักษา ชลประทานที่1 กล่าวว่า เขื่อนขนาดใหญ่ทั้งสองสามารถรองรับน้ำ น้ำจากพายุโซนร้อน คาจิกิ ได้อย่างแน่นอน

ด้านนายอัฏฐวิชย์  นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า เชียงใหม่ มีอ่างขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง เขื่อนรองรับน้ำได้สูงสุด 293 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บอยู่ประมาณ 180 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 68 เปอร์เซ็นต์ สามารถรองรับพายุ “คาจิกิ” ได้อย่างแน่นอน ซึ่งปกติเขื่อนแม่งัด ถ้าต่อพายุ 1 ลูก อยู่ที่ 4 – 50 ลบ.ม.ต่อวินาที ก็รองรับได้อีก 2 ลูก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำล้นสปริงเวย์ ในขณะที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด มีความจุอ่างอยู่ที่ 263 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมปริมาณน้ำอยู่ 165 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 62 เปอร์เซ้นต์ สามารถรองรับน้ำได้อีก 100 ลบ.ม. สามารถรองรับพายุได้อีก 2 ลูกเช่นเดียวกัน

สถานการณ์น้ำท่าที่จุดวัด P.1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 150 ลบ.ม. รองรับน้ำได้อีก 300 ลบ.ม. เนื่องจากลำน้ำแม่ปิง สามารถรองรับมวลน้ำได้ 450 ลบ.ม. ยังรองรับน้ำท่าได้อีก ไม่ล้นตลิ่ง

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน บริเวณประตูหลักทุกประตู และประตูระบายน้ำ ฝายในแม่น้ำปิง ก็มีการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การขุดลอก มีการบำรุงรักษา ซึ่งปัจจุบันสามารถเปิดยกบานประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิงได้ทุกบาน โดยจะระบายน้ำไปลงทะเลสาบดอยเต่า ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล

ศักยภาพการรองรับปริมาณน้ำท่าอยู่ที่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำท่าทุกที่ สามาถรองรับน้ำได้เช่นกัน ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 19 แห่ง มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่  70 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น เราเชื่อมั่นว่า ถ้าปริมาณน้ำท่า ถ้าเทียบกับพายุวิภาในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่สามารถรองรับน้ำได้ โดยเฉพาะเขตเมืองเชียงใหม่ เราสามารถป้องกันและคิดว่าปริมาณน้ำฝนถ้าไม่ตกมากจนเกินไป ก็สามารถรับได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือทางตอนเหนือ คือ อ.ฝาง และ อ.แม่อาย ก็มีการประสานกับทางจังหวัดจัดตั้งศูนย์ฯ แล้วก็บริหารจัดการน้ำ เฝ้าระวังในเรื่องของดินโคลนถล่ม อีกจุดหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือรอยต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ได้มีการประสานกับทางจังหวัดเช่นเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการน้ำ

มีการเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำไว้แล้วทั้งหมด 169 หน่วย พร้อมใช้งาน 100 เปอร์เซ็นต์ หากเกิดวิกฤตก็สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนเรื่องการขุดลอกแม่น้ำปิงบเป็นของหน่วยทหารพัฒนา ในเขตเมืองเชียงใหม่ดำเนินการไปแล้วคิดเป็น 85 เปอร์เซ็นต์ สามารถรองรับน้ำได้เพิ่มขึ้น แต่ต้องดูการขุดลอกให้เสร็จก่อนถึงจะทราบว่า จะรองรับได้เพิ่มอีกเท่าไหร่

จากกระแสในแม่น้ำปิงที่ไหลแรงไปทางด้านท้ายประตูระบายน้ำท่าวังตาล ประกอบกับทางเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ในวันนี้ได้ปล่อยน้ำลงมา 40 ลบ.ม. เพื่อรองรับพายุ “คาจิกิ” ที่จะเข้ามา และยืนยันว่าด้านท้ายน้ำไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอน