เมื่อเวลา 16.17 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.) ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลังเปิดโอกาสให้ นายรอเบิร์ต​ เอฟ.โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา​ประจำ​ประเทศไทย​ เข้าพบ ว่า​ มีการคุยเรื่องภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (27 ส.ค. 2568) นายรอเบิร์ต จะได้พบกับนายพิชัย ชุนหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง ที่จะคุยกันรายละเอียดต่างๆ ว่าจะทำอะไรกันต่อไป ซึ่งตนเรียนว่าสิ่งที่สำคัญ คือ ความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันมานาน ไม่สำคัญเท่าวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ถ้ารู้สึกว่าคนไทยเราเป็นมิตรกับทุกคน ถ้ารู้สึกว่าการเจรจาอย่างมิตรที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน รูปธรรมมันคือผลรายละเอียดต่างๆ ที่จะออกมา เกื้อกูลกัน หรือกระทบความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง 

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ตนได้ขอบคุณนายโดนัลด์​ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีการพูดทางโทรศัพท์กัน 2 รอบ และได้บอกว่าจะมาเมืองไทย ก็หวังว่าจะได้มาเมืองไทย รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ที่มีกำหนดการทั้ง 2 คน ว่าอยากจะมาไทย ซึ่งคิดว่าถ้ามีโอกาสน่าได้เจอกัน จะได้เข้าใจรากฐานวัฒนธรรมของเรามากขึ้น เข้าใจความเป็นประเทศของเรามากขึ้น ในวิถีคิด วิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงความร่วมมือต่างๆ ที่อยากจะมีร่วมกันมากขึ้น ซึ่งปลายปีนี้จะมีโอกาสพบผู้นำระดับสูง ซึ่งก็จะพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันก้าวไปให้มากขึ้น 

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า มีการพูดคุยกันเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันจุดยืนว่า จะรักษาอธิปไตยของเรา​ รักษาสันติ แก้ปัญหาด้วยวิธีการพูดคุยและหลีกเลี่ยงความรุนแรง เพราะประชาชนและทหารของเราต้องประสบปัญหา ซึ่งตนได้ยืนยันไปว่าไม่อยากให้สู้กันด้วยสงครามข่าวสาร แต่ขอให้สู้กันด้วยความจริง เพราะประเทศไทยยืนอยู่บนหลักการยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ รวมไปถึงกฎกติกาสากล ส่วนอะไรต่างๆ ตนก็เชื่อว่าความจริงจะพิสูจน์ทุกอย่างได้ พร้อมยืนยันในหลักการที่จะให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (ไอโอที) และไม่อยากพัฒนาไปสู่ผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน​ (เอโอที) พร้อมยืนยันในหลักการการพูดคุยระหว่าง 2 ประเทศ ผ่านกลไกทวิภาคี แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงโดยง่าย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถจบลงได้ หากยึดหลักที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน​ 

นายภูมิธรรม​ กล่าวอีกว่า​ ทูตสหรัฐอเมริกาได้ขอบคุณไทยที่ดูแลสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ หรือ​สภาครองเกรส ที่มาเมื่อวาน​นี้ (25 ส.ค. 2568) และลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากอยากให้เขาเห็นพื้นที่จริงทั้งหมด​ เพื่อให้เห็นกับตา​ว่าใครอยากเข้าสู่สันติภาพมากที่สุด เพราะการพูดแต่ละฝ่ายก็ต่างพูดได้​ และในวันพรุ่งนี้ตนจะพบกับเอกอัคราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เช่นกัน

เมื่อถามถึงท่าทีของทูตสหรัฐ ต่อกรณีชายแดนกัมพูชาเป็นเช่นไรนั้น นาย​ภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ เขาก็พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งเราก็ได้ขอบคุณที่ริเริ่มทำให้เกิดการพูดคุยเกิดขึ้น และเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ในการหารือประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ที่ประเทศมาเลเซีย และยังได้บอกให้ทราบว่า ทูตทหารอาเซียนก็ทำหน้าที่มาพอสมควร หลังมีการประชุมที่ประเทศมาเลเซีย เพียง 10 วัน​ ก็สามารถตั้งคณะไอโอทีขึ้นมาได้ และขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ในพื้นที่ต่างๆ จะช่วยให้การพูดคุยดีขึ้น ก่อนที่ทั้งหมด จะรายงานที่ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา​ (อาร์บีซี)​ และจีบีซี ช่วงวันที่​ 8​-10 ก.ย. 2568 แต่ถึงอย่างไรไทยย้ำจุดยืนไปว่า อยากเห็นการพูดคุยกันระหว่าง 2 ประเทศ

เมื่อถามว่าหลังจากการหารือกับทูตสหรัฐ ในประเด็นชายแดน จะสามารถสื่อสารไปยังประธานาธิบดีสหรัฐ ได้หรือไม่​ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทูตสหรัฐ แจ้งว่าหลังจากการพูดคุยกับตน​ทั้งหมด​ ก็จะรายงานทันที