ร้อนแรงอย่าได้พักสำหรับดราม่าฟ้องไปฟ้องมาของนักแสดงสาว ปู -มัณฑนา ที่ออกมาฟาดพิธีกรดังในประเด็นที่หลายคนพากันเอ๊ะ จนล่าสุดลากยาวมาและมีการออกโรงฟ้องกันหลายคดีสำหรับพิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ล่าสุดออกมาเคลียร์ทุกประเด็นกับปู พร้อมบอกด้วยว่าเจอกันในศาล ไม่มีคุยแน่นอน โดยเขาไปร่วมงาน เปิดตัวแคมเปญ “SALZ พร้อมบวก”และเล่าว่า

หนุ่ม กรรชัย เผยว่า “อย่างที่พี่เคยแจ้งไปก่อนหน้านี้ว่าโดยส่วนตัวกับคุณปู มัณฑนา พี่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปหลายคดี แต่หลังจากที่มีการฟ้องร้องไปก็ไม่เคยพูดถึงเขาอีกเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการตามกฎหมายไป แต่พอดีว่าล่าสุดสิ่งที่มันเกิดขึ้นพี่มองว่ามันไม่ดีเลย มันกลายเป็นว่าคุณปูได้มีการโพสต์แล้วก็บอกว่าพี่มีการส่งลูกน้องไปป่วนเขาที่ห้องพิจารณา หรือหน้าบัลลังก์ ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งสำหรับพี่มองว่าถ้าจะเขียนว่าพี่ส่งลูกน้องไปที่ห้างสรรพสินค้าพี่ยังเข้าใจ แต่พอบอกว่าที่ศาลมันกลายเป็นว่า ใช้คำว่าพี่บังอาจขนาดนั้นเลยเหรอ ที่จะกล้าทำอย่างนั้นเลยเหรอ อีกอย่างเราไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะคดีที่ไปไม่ใช่คดีของเราด้วย แต่กลายเป็นว่ามาบิดเบือนข้อเท็จจริง แล้วก็เอาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย สำหรับพี่มองว่าอันนี้เกินไปเพราะตรงจุดนั้นคือศาลไม่มีใครไปทำแบบนั้นได้ ก็เลยตัดสินใจว่าคงไม่มีการยอม ก็เลยต้องมีการฟ้อง ปรากฏว่าช่อง 3 ก็มีการเรียกเราไปคุยเพราะว่าหลังจากที่มีการพูดออกรายการไปแล้วเขาก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราก็ได้มีการชี้แจงให้ฟัง หลังจากนั้นช่องสามก็เลยออกแถลงการณ์ให้ตามที่ทุกคนได้เห็นกันครับ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกมา หรือไปโพสต์แบบนั้นได้ยังไง แล้วมีการแต่คอมเมนต์ในบางเพจด้วยในลักษณะเดียวกันเราก็มีการแคปทั้งหมดไว้แล้ว”

“ผมโทรไปถามทางคุณลูกหมี (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ถามทางทนายกุ้งว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่าก็ไม่มีอะไร มันมีเพื่อนของคุณลูกหมี มีคนของทางทนาย ซึ่งไม่เกี่ยวกับพี่เลย ก็เลยไม่เข้าใจว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง จริงๆ แล้วเดี๋ยวคงต้องให้ทนายความทำเรื่องขอกล้องวงจรปิดทางศาลไปเพื่อประกอบคดีในการฟ้องในครั้งนี้และคงต้องให้อีกหลายคนมาเป็นพยานให้ด้วย ถามว่าเขาป่วยไหม พี่ไม่กล้ามองอะไรแบบนั้นหรอกครับ พี่ไม่สามารถไปบอกได้ว่าใครไม่สบายหรือใครป่วยได้นะครับ พี่ไม่ก้าวล่วงตรงนั้น แต่ในมุมของพี่เอง พี่มองว่าเขามีการบิดเบือนเรื่องของพี่ซึ่งมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ถามว่ามันมีเหตุการณ์อะไรบ้างไหมที่ทำให้เขาสามารถเรื่องนี้มาถึงเราได้ อันนี้ตอบไม่ได้เลยครับต้องไปถามเขาเอง แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ใช่คนแบบนั้น แล้วผมก็ไม่เคยไปพูดอะไรถึงเขาด้วย ผม มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่เคยส่งใครไปอยู่แล้วมั่นใจครับ”

“ที่เขาโพสต์รัวๆว่าแจ้งความแล้ว จริงๆ ก็เป็น ขออภัยนะครับ ฝากไปเลยว่า เป็นสิทธิของคุณปูนะครับ คุณปูสามารถที่จะใช้สิทธิในการเรียกร้องสิทธิของคุณปูได้ถ้าคุณปูคิดว่าคุณปูเสียหายนะครับ แต่ทางกระบวนการตามกฎหมายทางเราเองก็ยินดีถ้าเกิดว่าถ้าจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายถ้าคุณปูไปฟ้องหรือไปแจ้งความอะไรก็แล้วแต่ ต้องเรียนแบบนี้ว่าผมรอมาเกือบ 2 ปีแล้วก็เมื่อไหร่ล่ะฮะ ไม่ได้ท้านะครับ แต่ก็รออยู่จะได้ไปพิสูจน์กันสักทีนึง แล้วคุณปูไปนั่งพูดว่าผมไม่ใช่ลูกผู้ชายไปทำให้เขาเสียหายอะไรต่างๆ นานา ก็ต้องเรียนคุณปูแบบนี้ว่า ถ้าคุณปูรู้สึกเสียหายกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นจากตัวผม คุณปูไปใช้สิทธิในการฟ้องร้องก็ได้ ไปแจ้งความไปดำเนินคดีก็ได้ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องมานั่งโพสต์อะไรแบบนี้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นคดีความไปถึงตัวคุณปูเอง ค่าใช้จ่ายมันก็เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการไปจ้างทนายความต่างๆ มันเยอะแยะ การเดินทางมากมาย ผมว่าเก็บเงินเอาไว้ดีกว่าเอาจริงๆ คุณปูก็มีคดีอีกหลายคดีเอาไว้ในการสู้คดีดีกว่า จริงๆ ครับไม่คุ้มเลย ที่เขาบอกว่าช่อง 3 ควรเปลี่ยนชื่อเป็นช่องหนุ่มกรรชัย ผมเฉยๆ นะครับ คือผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง ผมก็ให้ประชาชนที่ดูเขาตัดสินใจเอาเองดีกว่าเพราะว่าถ้าเกิดพี่พูดอะไรออกไปมันก็ไม่ดีเพราะมันเป็นคู่พิพาทกันอยู่ ก็ให้ศาลเป็นผู้ตัดสินดีกว่าง่ายดี ถ้าพี่มองเร็วๆ และไม่ใช่นักกฎหมายและไม่ใช่ทนาย สำหรับพี่มองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง นำข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ก็ให้ศาลเป็นคนวินิจฉัยอีกทีนึงว่าจะถึงขั้นไหนได้ แต่พี่มองแบบนั้นเพราะพี่ไม่เคยทำแบบนั้นแล้วพี่ก็อยู่ของพี่เฉยๆ ลูกน้องของพี่ทุกคนก็อยู่ที่ช่อง 3 หมดเลยในรายการหมดเลย ก็ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวจะไปถามลูกน้องด้วยว่าถูกกล่าวหาเหมือนกันว่าไปป่วนใครต่อใครลูกน้องก็อาจจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลนั้นเหมือนกัน”

หนุ่ม กรรชัย เล่าต่อว่า “ผมคงอาญาอย่างเดียว แพ่งผมคงไม่กลับไปก้าวล่วงดีกว่าให้คุณปูเขาได้ขยายตัวเองบ้างเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไปฟ้องเขา ผมไม่ได้ต้องการค่าเสียหายไม่ได้ต้องการเงิน ผมต้องการความบริสุทธิ์ของผมที่มีการถูกกล่าวหาถูกใส่ความ โทษอาญาก็คือจำคุก ก็ตามนั้นถ้าต้องจำคุกก็ต้องจำคุก ทุกคนก็ต้องมีบริบทในสิ่งที่ตัวเองทำ ส่วนเรื่องนี้รบกวนใจยังไง เอาตรงๆ สำหรับผมเรื่องพวกนี้ไม่เคยกวนใจผมเลย ต้องบอกว่าผมผ่านมาเยอะ ผมเจอเรื่องเจอวิธีการต่างๆ นานา ในแต่ละวันมันเยอะมากแล้ว อันนี้มันเป็นแค่เรื่องหนึ่งแล้วก็ผ่านไป คือคนที่ด่าผมก็ด่าไป คือผมเห็นถ้ามันล้ำเส้นเกินไปผมให้กฎหมายเป็นคนตัดสินว่าสิ่งที่เขาพูดมันถูกหรือไม่ถูก สิ่งที่เขาทำมันใช่หรือไม่ใช่ ครั้งนี้พร้อมบวกเสมอไม่ใช่ครั้งนี้ครับ พร้อมทุกครั้ง สบายมากครับ เอาตรงๆ ผมมองว่าเรื่องแบบนี้มันทำอะไรผมไม่ได้ ไม่ว่าคุณไปร้องผมที่สภาไปเอ่ยชื่อผม ผมก็ฟ้อง ไปออกรายการบางรายการไปเอ่ยชื่อผมทำผมเสียหาย ผมก็ฟ้อง เท่านั้นเองมันไม่มีอะไร ผมก็ไม่จำเป็นต้องออกไปนั่งทะเลาะกันผ่านโซเชียลไร้สาระ”

“เรื่องคดีมีกี่คดี ผมจำไม่ได้ คงต้องให้ทางทนายเป็นคนตอบ ผมตอบ ผมว่าน่าจะ 4-5 คดี แต่อันนี้ผมเอาแน่ ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย สิ่งที่ต้องจ่ายอาจจะไม่ใช่เงินแต่เป็นอิสรภาพของคุณก็ได้ ถ้าเปลี่ยนใจมาขอโทษ มันสายไปแล้วครับ ไม่ใช่ว่าคุณจะโพสต์อะไรก็ได้แล้วถ้ามันไปถึงจุดที่มันกลับมาไม่ได้แล้วแล้วค่อยมาขอโทษผมว่ามันไม่ใช่ คือคนเราไปตีหมาตัวนึงตัวเองก็ต้องรู้สึกนะว่าทำไปเพื่ออะไรมันควรหรือไม่ควร แต่ไม่ใช่ว่าตีเป็น 10 ครั้งแล้วบอกว่าฉันขอโทษนะคนละเรื่อง จะมีโอกาสคุยเขา(ปู)ไหม ไม่คุย ไม่มีความจำเป็นต้องคุยไปคุยที่ศาลอย่างเดียวเพราะว่าไม่รู้จะคุยอะไร โอกาสเจอในศาล มีอยู่แล้วครับ คงต้องไปศาลอยู่แล้วแต่ว่าอันไหนที่ผมมอบหมายทนายความสามารถดำเนินการได้รับมอบจากผมไปก็ดำเนินการไป แต่อันไหนที่ผมจำเป็นต้องไปผมก็จะไป ผมไม่ได้หลบผมเป็นเจ้าทุกข์ ผมเป็นโจทก์ผมจะไปหลบจำเลยเพื่ออะไร พร้อมเผชิญหน้าทุกเมื่อครับ เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรผมไหม เจ้ากรรมนายเวรของผมมีมดดำ (คชาภา ตันเจริญ) คนเดียว (หัวเราะ) ถามว่ากลัวไหมสัมภาษณ์แล้วจะเพิ่มอีกคดี อย่างที่บอกแหละครับที่ผมพูดไปผมไม่ได้มีการไปหมิ่นประมาทคุณปูนะ ไม่ได้ไปพูดอะไรในสิ่งที่คุณปูเสียหาย ผมพูดบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของผม และผมก็ให้เกียรติคุณปู ผมไม่เคยเรียกคุณปูว่าเป็นอะไรอย่างอื่น หรือไปว่าคุณปูอะไรที่มันไม่ถูกไม่ควร อันนี้สื่อสัมภาษณ์ผม ผมก็ตอบในสิ่งที่ผมตอบได้ ส่วนเรื่องราวที่มันจะไปอยู่ในชั้นศาลหรือมูลเหตุของคดีก็ว่าไปตามกระบวนการ ให้ทนายเป็นคนจัดการเท่านั้นเองครับ”

“เอาจริงๆ ผมไม่ได้สนใจเลยเขาจะโพสต์อะไรผมไม่ได้สนใจ ยกเว้นที่มันมากเกินไปจริงๆ อย่างเช่นครั้งนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณด่าผมแล้วผมปล่อยผ่านเฉยๆ นะถ้ามีการพูดพาดพิงถึงผมในทางที่ถูกไม่ควร ผมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิในมุมของข้อกฎหมายไปจัดการ แต่กรณีตรงนี้ผมถือว่าล้ำเส้นเกินไปเพราะว่าการที่บอกว่าผมส่งลูกน้องไปป่วนคนที่หน้าบัลลังก์ในศาล ศาลนะครับไม่ใช่ห้องน้ำปั๊ม ไปพูดแบบนี้ได้ยังไง คนเขาจะมองผมเป็นยังไง ไอ้หนุ่มนักเลงเหรอวะ เป็นคนยังไงวะส่งคนไปรังแกคนอื่นถึงในศาลเลย มันไม่ใช่นะที่ก่อนหน้านี้ เขามีร้องไห้ว่ามีหลายคดีจนทำให้คุณพ่อเขาที่ไม่สบายอยู่แล้วตรอมใจ ผมไปทำอะไรอ่ะ ก็ย้อนกลับไปที่ว่าถ้าคุณปูคิดว่าผมทำแบบนั้นผมมีส่วนทำให้ชีวิตคุณปูไม่ดีทำให้คุณปูเป็นอย่างที่คุณปูบอกนะ คุณปูก็แค่เดินไปที่ศาลแล้วก็ฟ้องผม แล้วก็ไปแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับผมเท่านั้นเอง มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้ อย่างผมรู้สึกว่าคุณปูพูดถึงผมในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร ผมก็พึ่งศาลพึ่งตำรวจผมไม่เห็นจะต้องออกไปด่าคุณปูเลย เคยเห็นผมด่าคุณปูไหม เคยไปพูดในสิ่งที่คุณปูส่อเสียดไหมไม่เคยนะฮะ ผมมั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันผมไปพึ่งศาล เหมือนกันครับคุณปูสามารถใช้สิทธิใช้เสียงของคุณปูได้ คุณปูไม่ต้องบอกให้ผมใส่กระโปรงเหรอครับไปฟ้องศาลเลยผมจะโดนลงโทษมากกว่าด้วยซ้ำถูกไหมฮะ แต่คือผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ฟ้องผม”

“เรื่องนี้ถามผมไม่ได้จริงๆ เพราะผมไม่รู้จะตอบว่ายังไงเพราะเรื่องของคำพูดคำจามันไม่ใช่หน้าที่ที่ผมจะไปวิพากษ์ใครต้องไปถามทางบ้านเขาครับ เราโกรธไหมที่เขาเรียกเราถ้อยคำแบบนั้น ไม่ครับผมเฉยๆ คนเรียกผมไอ้หนุ่มก็เรียกไป ไอ้เXยหนุ่ม ไอXตว์หนุ่ม ก็เรียกไปผมเฉยๆ ก็ไม่เป็นไรผมไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่ว่าถ้ามันกระทบมากผมก็ใช้กฎหมายเข้าไปจัดการ ก็ฝากไว้นิดเดียวแล้วกันครับคุณปูถ้าคุณปูรู้สึกว่าผมทำให้คุณปูเสียหายอย่างที่คุณปูได้มีการโพสต์อยู่ตลอดเวลา คุณปูไปฟ้องศาลได้ครับให้ศาลท่านตัดสินดีกว่า การที่คุณปูจะมาโพสต์ด่าผมหรือพูดถึงในมุมของผมที่ไม่ถูกไม่ควรเพราะว่าผมก็จะเอาสิ่งที่คุณปูว่าผมไปฟ้องศาลมันก็จะเกิดค่าเสียหายกับคุณปู คุณปูเอาค่าจ้างทนายที่ต่อสู้กับผมไปเป็นค่าทนายฟ้องผมดีกว่า”

“ก่อนหน้านี้ทำหายจากการจัดรายการโหนกระแสไป ผมก็ไปเป็นดาราคนนึง ไปเล่นหนัง เพราะว่าผมก็มีปมในใจเพราะว่าที่ผ่านมาก่อนที่จะมาทำข่าวทำรายการเป็นพิธีกรก็เล่นละครเล่นหนักมาบ้างก๊อกๆ แก๊กๆ มันก็มีความรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมไม่ได้บทดีๆ อย่างที่เราอยากจะเล่นบ้างเลย พระเอกก็เคยไม่เคยได้เป็นกับเขาพอมาวันนึงผ่านไปเป็น 10 ปีมีคนมายื่นบทดีๆ ให้ก็ไปแก้ปมด้อยของตัวเองหน่อย ที่ไว้ผมยาว ก็ไว้เพราะหนังเรื่องนี้เลยครับฝากไปด้วยชื่อเรื่อง ประเสริฐ (ถ่ายเสร็จหรือยัง?) ยังครับ เล่นเป็นใครเดี๋ยวเอาไว้ไปดูแล้วกัน ไม่รู้ว่าคนจะเซอร์ไพรส์หรือเปล่าแต่ว่าเป็นบทที่เราอยากเล่น เป็นหนังยุค 70-80 หนังของคุณโขม ตัวบทที่ที่เป็นเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามอยากจะเป็นคนเก่งอยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นอยากจะเป็นมือปืนอยากจะเป็นคนมีอิทธิพล แต่สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างมันผิดพลาดหมดเลยเพราะความที่ตัวละครตัวนี้มีมโนสำนึกที่เป็นมนุษย์มันก็เลยถูกตามล่าประมาณนี้ครับ”