เมื่อวันที่ 21 พ.ค. พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1202 พร้อมกำลังพล สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าวที่ 2 (ชปข.2) กกล.บูรพา นำกำลังออกลาดตระเวนเข้มข้นเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กระทั่งลาดตระเวนมาถึงบริเวณท้ายหมู่บ้านป่าไร่ใหม่ หมู่ 8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวนมาก เดินเท้าลัดเลาะฝ่าดงเข้ามาจากฝั่งประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าโอบล้อมและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด รวม 25 คน ตรวจสอบพบเป็นคนไทย 3 คน (ชาย 1 หญิง 2) และแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาอีก 22 คน (ชาย 9 หญิง 9 เด็กหญิง 3 เด็กชาย 1) ตรวจสอบไร้หนังสือเดินทางและไม่มีผู้นำพา

จากการสอบสวน น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ชาว จ.เชียงราย ร่ำไห้เปิดใจว่า เคยทำเป็นผู้ช่วยพยาบาล รพ.ชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ โดยหลงเชื่อโฆษณาในเฟสบุ๊กและไลน์ ที่อ้างว่ารับสมัครแอดมินตอบแชท-งานฟิวแฟน รายได้งามเดือนละ 25,000 บาท จึงตัดสินใจลาออก ก่อนเดินทางมาที่อรัญประเทศ แล้วมีคนพามุดป่าข้ามแดนไปฝั่งเขมร

“แต่เมื่อไปถึงกลับถูกส่งเข้าทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตึก SKYDO และตึก LPP SKY ในกรุงปอยเปต จนกระทั่งเมื่อปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างใหญ่อย่างหนัก ตึกที่ทำงานถูกทลาย จึงต้องหนีตายซมซานไปเช่าโรงแรมกบดาน ก่อนจะยอมควักเงินก้อนสุดท้ายคนละ 7,500 บาท จ้างนายหน้าเขมรให้พาลัดเลาะกลับบ้านเกิด” น.ส.บี กล่าว

ส่วนกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เหลืออีก 22 คน ให้การรับสารภาพตรงกันว่า เป็นกลุ่มเครือญาติที่เคยเข้ามาทำงานรับจ้างในประเทศไทย แต่ได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดไปช่วงก่อนหน้านี้เพื่อร่วมงานศพ งานแต่ง และทำนา เมื่อต้องการจะกลับเข้ามาทำงานในไทยอีกครั้ง จึงได้ติดต่อรถรับจ้างฝั่งเขมรให้นำทางลักลอบเดินเท้าตัดป่าเข้ามา โดยตกลงจ่ายค่าหัวคนละ 7,500 บาท เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางในไทย แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝันถูกทหารพรานจับเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ทำการบันทึกประวัติ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาคนไทยทั้ง 3 คน และแรงงานกัมพูชาทั้งหมด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.