การประชุม ครม. 26 ส.ค. “มท.อ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ซึ่ง“นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย จากที่ลาประชุมมาแล้ว 2 สัปดาห์ ก่อนปิดการประชุม มท.อ้วนได้เป็นตัวแทนรัฐมนตรี กล่าวอวยพรและให้กำลังใจนายกฯอิ๊งค์หวังว่าในวันที่ 29 ส.ค.จะได้รับข่าวดี น.ส.แพทองธาร ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ และคิดถึงทุกคน ซึ่งรัฐมนตรีในห้องประชุม ได้ปรบมือให้กำลังใจนายกฯ

“หมอมิ้ง”นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯจะไปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงด้วยตัวเองหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับปัญหาของประเทศชาติในขณะนี้ เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้เป็นเรื่องของการต่างประเทศและเรื่องข้อมูลข่าวสาร มีคนเรียกร้องให้ยกเลิก MOU43 แต่แท้จริงแล้ว MOU43 เป็นเงื่อนไขสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต้องทำอย่างไรให้คนไทยเป็นเอกภาพเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ชาติ
เมื่อถามว่า หากผลคำวินิจฉัยของศาลออกมาเป็นลบ กระทบสิ่งที่รัฐบาลกำลังแก้ไขอย่างไร นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ความประสงค์ของฝั่งตรงข้าม คือสร้างให้ประเทศไทยอ่อนแอ สร้างความขัดแย้งภายในประเทศ และวันนี้จะสังเกตว่ามีความพยายามทำข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ คนไทยบางคนบางกลุ่มก็ยังใช้การทำเฟคนิวส์สร้างให้เกิดความขัดแย้งและอ่อนแอกันภายใน พวกที่เล่นผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ นั่นคือศัตรูที่แท้จริงของคนไทย ในฐานะที่เราเป็นรัฐบาลอยู่เราจะปกป้องพื้นแผ่นดินไทย อธิปไตยไทย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยถึงที่สุด

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ระหว่างวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ร่วมประชุม ครม. ท่าที น.ส.แพทองธารก็ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ยังไม่ทราบว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องตั้งวอร์รูมรับฟังคำวินิจฉัยหรือไม่ ที่ประชุม ครม. อนุมัติงบประมาณวงเงิน 2,000 ล้านบาท ในการจัดงานเทศกาลดนตรีทูมอร์โรว์แลนด์ ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2573 ปีละ 400 ล้านบาท
ด้านรัฐมนตรียังไม่รับสัญญาณอะไรจากพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร วันที่ 29 ส.ค.นี้ รัฐบาลไม่มีแผนสำรอง มีแผนเดียว เพราะคิดว่าสิ่งที่ น.ส.แพทองธาร ทำไปไม่น่าจะผิดจริยธรรมร้ายแรง หากจะให้ถอดถอนต้องทำผิดจริยธรรมร้ายแรงแต่ดูแล้วไม่เข้าเงื่อนไข ส่วน “รมต.ทอป”วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงอะไร “รมต.ต่อ”เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไรจากพรรคเพื่อไทย
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิม นายสุริยะ รมว.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลพยายามผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ… ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. (พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) และพ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 (พ.ร.บ.รฟม.) แต่ได้เกิดปัญหาสภาไม่ครบองค์ประชุม ทำให้กระบวนการของกฎหมายล่าช้าออกไป ส่งผลให้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายอาจไม่ทันในวันที่ 1 ต.ค. 68 คาดว่าจะสามารถใช้ได้ในช่วงกลางเดือน พ.ย.68 นี้แทน
“ได้ปรึกษากฤษฎีกาอยู่หลายแผน ทั้งของบกลางจ่ายเอกชนไปก่อน หรือออกระเบียบอะไรมาได้หรือไม่ ซึ่งกฤษฎีกาบอกทำไม่ได้ เพราะงบกลางต้องจำเป็นเร่งด่วน สิ่งที่ทำได้ในขณะนี้ คือผลักดันให้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และพ.ร.บ.รฟม. ผ่านสภาให้ได้ ซึ่งตามกระบวนการหากผ่านสภาและเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว หลังจากนั้นต้องออกกฎหมายลูก และมีกระบวนการต่าง ๆ เช่น การรับฟังความคิดเห็นใช้เวลา 15 วัน จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเว้นการรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากโครงการ 20 บาทตลอดสาย เป็นผลบวกกับประชาชน”
การพิจารณากฎหมายตั๋วร่วมยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ในการพิจารณาวาระสองและสาม วันที่ 20 ส.ค. ประธานในที่ประชุมสั่งปิดประชุมเมื่อฝ่ายค้านตั้งท่าจะขอนับองค์ประชุม อนึ่ง นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา โฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากข้อมูล ช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ส.ค.2568 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” แล้ว 220,701 คน เป็นบัตรแรบบิท 146,546 ใบ และEMV 111,805 ใบ ยังลงทะเบียนได้ต่อเนื่อง

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ.3012/64 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา8 เป็นโจทก์ฟ้อง นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) และอดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่ม WeVoเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯมาตรา 14 กรณีเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.63 จำเลยได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำนองประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สลายกิจกรรมการขายกุ้งของกลุ่มวีโว่ ช่วงการแพร่ระบาดโรค โควิด -19 รวมทั้งข้อความบางส่วนได้พาดพิงถึงการใช้เงินภาษีของสถาบัน
ศาลพิเคราะห์แล้ว ข้อความที่ปรากฏตามเพจเฟซบุ๊กของนายปิยรัฐ เพจมีแอดมินเพจทั้งหมด 5 คน ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว ข้อความที่โจทก์ฟ้องมีหลักฐานว่า ปรากฏบนเฟซบุ๊กในเวลา 14.15 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 63 แต่ในขณะนั้นจำเลยถูกควบคุมตัว ตั้งแต่เวลา 12.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ. 1) ระหว่างนั้นจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่าย ตชด.ภาค 1 และได้ประกันตัวในวันที่ 2 ม.ค.64 พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัยจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง อนึ่ง นายปิยรัฐ ยังเหลือคดี ม.112 อีกหนึ่งคดีที่ศาล จ.อุบลราชธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบพยาน
ศาลอาญานัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ที่ “รมต.เฮ้ง”สุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ฟ้อง “สส.ไอซ์”รักชนก ศรีนอก ส.ส. กทม. พรรค ปชน. และ “สส.เนม”สหัสวัต คุ้มคม ส.ส.ชลบุรี พรรค ปชน. ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากการที่ทั้งคู่กล่าวหาว่านายสุชาติ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่สำนักงานประกันสังคมเข้าซื้อตึก skyy9 ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน
ศาลพิเคราะห์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองสามารถใช้ข้อมูลข่าวสาร หรือการตรวจสอบสอบถามได้อย่างเสรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจำเลยที่ 1 ก็ทราบดีว่าการแถลงข่าวอาจทำให้ถูกฟ้องได้ ภายใต้รัฐธรรมนูญให้สิทธิโดยชอบในการที่บุคคลใดจะติชมด้วยความเป็นธรรม สามารถทำได้ตามสิทธิ์มีการติชมด้วยความสุจริตและความจริงและหลักฐานที่เพียงพอ
แต่การที่จำเลยทั้งสองแถลงข่าวเกี่ยวกับการซื้อตึกไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่า โจทก์เกี่ยวข้องกับการซื้อตึกดังกล่าวอย่างไร เป็นการกล่าวหาโจทก์ตามสื่อมีลักษณะเชิญชวนให้ประชาชนขุดคุ้ยให้ตรวจสอบ และทำให้สาธารณชนเชื่อไปตามที่จำเลยแถลงข่าว ไม่ถือว่าจำเลยทั้งสองติชมโดยสุจริต โจทก์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อตึก skyy 9 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเข้าองค์ประกอบความผิดตามฟ้องให้ประทับรับฟ้องและเรียกจำเลยทั้งสองมาสอบคำให้การ” ศาลนัดครั้งต่อไปเป็นการสอบคำให้การทางจำเลยจะต้องมีการประกันตัวในวันที่ 3 พ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.

ที่รัฐสภา พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมวุฒิสภาวันที่ 26 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาญัตติ เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ฝั่งกัมพูชาไม่ได้ยึดหลักเขตแดนตามหลักสากล ไทยได้ลากเส้นไหล่ทวีปโดยใช้จุดกึ่งกลางทะเลระหว่างเกาะกูดของไทยและเกาะกงของกัมพูชา ซึ่งเป็นเส้นตามแนวพระบรมราชโองการปี 2516 และมีการลงนามใน MOU 2544 เพื่อพัฒนาร่วมกัน แต่ว่าแผนที่แนบท้ายไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย ทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร และเกิดความสับสน
“จึงต้องนำมาทบทวนว่าควรจะยกเลิก MOU ดังกล่าวหรือไม่ การตั้ง กมธ.ศึกษาครั้งนี้ศึกษาในผลดีและผลเสีย ในการคงไว้หรือยกเลิก MOU ดังกล่าว ว่าทางไหนจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่ากัน และหวังว่าจะลดปัญหาความเห็นต่างของประชาชน กมธ.มี 25 คน มีสัดส่วน สว. 15 คน และสัดส่วนคนนอกที่เป็นนักวิชาการผู้ที่มีความรู้และศึกษาเรื่องปัญหาไทยกัมพูชามาก่อน จำนวน 10 คน โดยวางกรอบศึกษาเป็นเวลา 90 วัน”



