เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะ สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้าทวงถามความคืบหน้าฮั้วเลือก สว. 2567 ต่อ กกต. พร้อมยื่นตรวจสอบพฤติการณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าเข้าข่ายกระทำอันขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32 ในการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่

โดย พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ภายหลังการเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 และเสร็จสิ้นวันที่ 27 มิ.ย. 2567 ได้มีผู้สมัครจำนวน 101 คน เข้าชื่อร้องคัดค้านว่าการเลือกครั้งนี้ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม มีการใช้บล็อกโหวต โดยได้มีการกำหนดผู้กล่าวหาไว้ 4 คน ครอบคลุมผู้สมัครในแต่ละสาย ก. ข. ค. ง. และมอบหมายให้คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 18 รับผิดชอบดำเนินการ

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 26 มี.ค. 2568 กกต. ได้ตั้งคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ขึ้นเพิ่มเติม เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตเลือก สว. 2567 และได้รวบรวมสำนวนทั้งหมดเสนอ กกต. เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 อย่างไรก็ตาม วันที่ 18 ก.ค. 2568 ประธาน กกต. กลับให้สัมภาษณ์ว่า การไต่สวนจะไม่เร่งรัด ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 8 เดือน กว่าจะเสนอศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2568 ได้เปลี่ยนท่าที และระบุว่าหากมีความจำเป็นก็สามารถเร่งรัดให้เสร็จเร็วขึ้นได้

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตามระเบียบการสืบสวนไต่สวน กกต. พ.ศ. 2561 ได้กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาไว้ชัดเจน ได้แก่ การสืบสวนไม่เกิน 60 วัน การตรวจสอบสำนวนไม่เกิน 60 วัน การวินิจฉัยไม่เกิน 90 วัน และการพิจารณาของคณะกรรมการไม่เกิน 90 วัน รวมแล้วไม่เกิน 300 วัน อีกทั้ง ระเบียบของการสืบสวนไต่สวน พ.ศ. 2561 ในข้อ 92 ยังระบุว่า เลขาธิการ กกต. ต้องสรุปสำนวนเสนอภายใน 1 ปี นับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง ซึ่งการเลือก สว. ประกาศผลเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2567 หมายความว่ากระบวนการทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายใน 10 ก.ค. 2568 แต่ปัจจุบันกลับล่าช้าเกินกำหนด

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า เราตั้งข้อสงสัยว่าความล่าช้าดังกล่าว อาจเป็นการดึงเรื่องหรือเตะถ่วง เพื่อสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่ม สว. 138 คน ที่ถูกกล่าวหาทุจริต ให้ยังคงมีอำนาจลงมติเลือกองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการสรรหา ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่พวกพ้อง และเป็นอันตรายต่อระบบประชาธิปไตย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32 ระบุห้ามกรรมการ เลขาธิการ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ละเว้นหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำการที่ขัดขวางไม่ให้การเลือกตั้งเป็นไปตามกฎหมาย โดยหากปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย แต่หากละเลยหรือสมรู้ร่วมคิด ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอย่างชัดเจน

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า คณะ สว.สำรอง จึงเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบพฤติกรรมของนายแสวง โดยเร่งด่วน ว่ามีความบกพร่องต่อตำแหน่งหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32 หรือไม่ โดยพิจารณาว่าได้ดำเนินการขัดหรือไม่ เป็นไปตามระเบียบของการสืบสวนไต่สวน พ.ศ. 2561 ในข้อ 92 หรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ กกต. แก้ไขปัญหาโดยเร็ว และจัดแถลงข่าวรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและสังคม

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในครั้งนี้เราได้ทำเอกสารทั้งหมดปิดผนึกถึง กกต. ทั้ง 6 คน เพื่อให้ช่วยตรวจสอบว่านายแสวงได้มีพฤติการณ์ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของ กกต. อันเป็นการละเมิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32 หรือไม่ อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่าง ๆ ในวันนี้ จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเอาไว้ หากมีการฟ้องร้องต่อไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นพยานหลักฐานที่มัดตัวผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด