ในที่สุดวันที่บรรดาคอการเมือง และหลายภาคส่วนในสังคมรอคอยก็เดินทางมาถึง เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) นัดอ่านคำวินิจฉัยตาม รธน.มาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรี ของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตาม รธน.มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยองค์คณะตุลาการศาล รธน. จะออกบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ให้คู่กรณีฟัง ในเวลา 15.00 น. ซึ่งในคลิปเสียงประโยคที่ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ คือ “ไม่อยากให้ uncle (อา) ไปฟังคนที่ เป็นฝั่งตรงข้ามกับเรา เพราะว่าพอไปฟังฝั่งตรงข้าม อย่างพวกแม่ทัพภาคสอง เป็นคนของฝั่งตรงข้ามหมดเลย ซึ่งพอเป็นฝั่งนั้นก็ไม่อยากให้ท่านรู้สึกไม่ชอบใจหรือโกรธ เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ความตั้งใจของเรา เลยค่ะ” ซึ่งเป็นประโยคที่นายกฯ บ้านเราพูดผ่านล่ามกับสมเด็จฮุน เซน ตามที่ปรากฏในคลิปเสียง

นอกจากนี้ยังมีอีกประโยคหนึ่ง “ให้ท่านฮุน เซน เห็นใจหลานหน่อย เพราะว่าตอนนี้คนในประเทศไทยเขาไล่เราไปเป็นนายกฯ ที่เขมรหมดแล้ว จริง ๆ แล้ว ถ้าท่านอยากได้อะไร ก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้”
สำหรับบทสรุปที่เกิดขึ้น จากการวินิจฉัย ของศาล รธน. ออกมาได้ 3 แนวทาง แนวทางแรก คือ “น.ส.แพทองธาร” รอดพ้นจากการชี้มูลความผิด สามารถกลับมามีอำนาจเต็ม ในฐานะนายกฯ และกลับมาเดินหน้าผลักดันนโยบายของ พรรคเพื่อไทย (พท.) หลังที่ผ่านมาถูกวิจารณ์เรื่องไร้ผลงาน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และปัญหาความมั่นคง แม้หลายคนบอกจะเป็นเรื่องยากที่ จะกอบกู้ศรัทธา กลับมา แต่จำเป็นต้องซื้อเวลา เพื่อหวังไม่ให้พ่ายแพ้ต่อคู่แข่งสำคัญ “พรรคประชาชน (ปชน.)” มากหนัก หลังจากนั้นไปรวบรวมเสียงพรรคการเมืองอื่นแข่ง ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะยังเชื่อมั่นว่า มีพันธมิตรมากกว่า

แนวทางที่สอง หาก “น.ส.แพทองธาร” หลุดจากตำแหน่งนายกฯ พรรค พท.ก็ยังเดินหน้าผลักดัน “นายชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 ของพรรค จะถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ คนที่ 32 โดยมั่นใจว่า จะทำหน้าที่ เป็นแกนนำรัฐบาล ต่อไป ซึ่งคงต้องรอดูพรรค พท.จะคุมเสียงรัฐบาลไม่ให้ไหลไปทางอื่นได้หรือไม่ เพราะพรรค ปชน. อาจเดินเกม ตั้งรัฐบาลแข่ง โดยมีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร่วมเป็นพันธมิตร เพราะพรรคสีส้มพร้อมหนุนพรรคที่ยอมรับเงื่อนไข ต้องยุบสภาภายในสิ้นปี และผลักดันกระบวนการแก้ไข รธน. โดยพรรค ปชน.จะ ไม่เข้าร่วมฝ่ายบริหาร ซึ่งหมายความว่าจะมีเก้าอี้รัฐมนตรีเหลือเป็นจำนวนมาก อาจเป็นแรงจูงใจให้พรรคการเมืองเข้ามาร่วมเงื่อนไข ซึ่งพรรค ภท.อาจรับบท เป็นแกนนำรัฐบาล แม้จะเป็นช่วงสั้น แต่การเป็นรัฐบาลรักษาการก็มีความหมายทางการเมือง
แนวทางที่สาม หาก พรรค พท.ไม่สามารถคุมสถานการณ์ทางการเมืองได้ “นายชัยเกษม” อาจถูกต่อต้าน จากการเคยออกมาให้ความเห็นสนับสนุนให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 “นายทักษิณ ชินวัตร” อาจแนะให้พรรค พท.เลือกวิธียุบสภา โดยใช้อำนาจรักษาการนายกฯ ของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย แม้ว่าจะยังไม่พร้อมกับการลงนาม สู้ศึกเลือกตั้ง เพราะผลโพลสำนักต่าง ๆ “พรรค พท.” และ “น.ส.แพทองธาร” อยู่ใน ลำดับท้าย ๆ มาตลอด แต่ก็หนีสถานการณ์ไปไม่พ้น
ส่วนความเคลื่อนไหวของ น.ส.แพทองธาร ในวันที่ 29 ส.ค. จะปักหลักบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น. เพื่อติดตามรับฟังคำวินิจฉัยศาล รธน. คดีคลิปเสียงที่จะมีขึ้นในเวลา 15.00 น. โดยจะมี บรรดารัฐมนตรี ของพรรค พท. เข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัยพร้อมกับ น.ส.แพทองธาร ด้วย ทั้งนี้ เมื่อศาลฯ อ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จากนั้น น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรค พท.เพื่อพบปะกับ สส.ของพรรค ที่มารอให้กำลังใจ และบรรดาแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจด้วย

ท่ามกลางข่าวลือมากมาย แต่คำตอบสุดท้าย คงอยู่ที่ คำตัดสินของศาล รธน. แต่ไม่ว่า “นายกฯ แพทองธาร” จะรอดหรือไม่รอด การเมืองไทยก็คง ยังมีปัญหาตามมา เพราะถ้ารอดก็ต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญคือ ปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้ง ความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มต่าง ๆ ที่จะออกมาชุมนุมทำกิจกรรม กดดันรัฐบาล อีกทั้งรัฐบาลจะสามารถฝ่าวิกฤติศรัทธาต่อไปได้หรือไม่ หลังกระแสความนิยมผ่านโพลสำนักต่างๆ ตกลงอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่รอดก็คงต้องรอดูว่า พรรค พท. จะยังคุมสภาพทางการเมือง ต่อไปได้หรือไม่ แม้จะยังมีแคนดิเดตเหลืออีก 1 คน คือ “นายชัยเกษม นิติสิริ” ซึ่งคงต้องรอดูพรรคร่วมรัฐบาลจะยอมรับหรือไม่ หรือจะ มีข้อเสนอเพิ่มเติม จากอีกขั้วการเมืองหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้สูตรจัดตั้งรัฐบาลต้องพลิกผันไป เพราะ การเมืองประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้

ส่วนท่าทีพรรคฝ่ายค้าน “นายรังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณี การอ่านคำวินิจฉัย ของศาล รธน. ปมคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ว่า หากมีคำวินิจฉัยอะไร ก็จะส่งผลทางการเมืองอยู่มาก ได้พูดคุยกับ สส. ของพรรคว่า เรื่องนี้ต้องติดตาม ส่วนพรรคฝ่ายค้านจะมีการวางแผนเตรียม การเปิดอภิปรายรัฐบาล หลังมีคำวินิจฉัยหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งในกรณีที่สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ การตรวจสอบของฝ่ายค้านก็ต้องเดินหน้าต่อไป เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 แต่มีเหตุแทรกแซงกรณีของศาลรธน.เข้ามา พรรคฝ่ายค้านจึงต้องพิจารณาใคร่ครวญ เพราะ ใช้ได้เพียงปีละครั้ง หากเข้าสู่ภาวะปกติ และมีคำตัดสินของศาลให้นายกฯ รอด พรรค ปชน.จะคุยกับภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ว่าจะดำเนินการเมื่อไร
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า แต่หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็คงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่พรรค ปชน.เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่อยากให้ ประเทศไทยถึงทางตัน และไม่ควรมีใครพาไปถึงจุดนั้น พรรคขอย้ำเหมือนเดิมว่า เรามีข้อตกลง และมีการเสนอรูปแบบไปแล้ว ว่าเราไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่เกิดทางตัน อย่างไรก็ตามส่วนตัว ขอย้ำว่าสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับประเทศ คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน และไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ ก็ต้องยอมรับว่าจะมี ข้อครหาจากประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุด แต่ทางพรรค ปชน.ก็ไม่สามารถที่จะไปกำหนดทุกอย่างได้

ขณะที่ ปัญหาการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถูกมองว่า เป็นความขัดแย้งระหว่าง พรรค พท. กับ พรรค ภท. เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวถือเป็นฐานที่มั่นของ “นายเนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ของพรรค ภท. โดย “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว. มหาดไทย ออกมาให้ความเห็นถึงความคืบหน้าเรื่องการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า ภายในสิ้นเดือน ก.ย. น่าจะชัดเจนทั้งหมด เท่าที่ดูไทม์ไลน์น่าจะมีข่าวดีที่ชัดเจนช่วงสิ้นเดือน ก.ย. ว่า เราได้ทำตามกฎหมาย เมื่อถามถึงความชัดเจนของพื้นที่สนามฟุตบอลและสนามแข่งรถ ต้องรื้อถอนหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องว่าตามกฎหมาย โดยอิงคำพิพากษาศาลทั้งหมด และเปิดโอกาสให้ทักท้วง ซึ่งกระบวนการทางกฎหมาย เราจะเดินถึงที่สุด ส่วนการทักท้วงไปว่ากันที่ศาล

“ใครมีหลักฐานได้ที่ดินมา ก่อนมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวง หรือก่อนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานก็ว่าไป แต่ถ้ามาหลังจากนั้น ไม่ว่าจริงหรือไม่ ก็ผิดกฎหมายทั้งนั้น พ.ร.ฎ.ที่ออกมาในรัชกาลที่ 6 ประกาศชัดเจนว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของหลวง ซึ่งโฉนดต่างๆ ที่ได้มา ต้องถือว่าได้มาโดยมิชอบ กรมที่ดินสามารถประกาศ ยกเลิกโฉนดเดิม แล้วให้ไปเรียกร้องเอา” นายภูมิธรรม กล่าวและตอบคำถามสื่อ จะใช้ช่องทางตามมาตรา 61 วรรค 8 แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน เพิกถอนที่ดินใช่หรือไม่ว่า คงหลายส่วน มีกรรมการที่ต้องตั้งขึ้นมา ยังมีกรณีของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อีก ตนมีหน้าที่ทำให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล ส่วนกระบวนการหลังจากนี้เป็นเรื่องของ กรมที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ได้รับผลกระทบ
จากนี้ไปต้องรอดูท่าทีของ ชาวบ้านที่มีเอกสารสิทธิ ในการครอบครอง รวมถึงฝ่ายกฎหมายของ “นายเนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะใช้ประเด็นอะไรมาหักล้าง หรือหยิบเรื่องอะไรมาต่อสู้ เพราะพื้นที่บางส่วนของเขากระโดง เป็น ฐานที่มั่นทางการเมือง และการทำประโยชน์ทางธุรกิจมาอย่างยาวนาน.
ทีมข่าวการเมือง



