นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ความไม่แน่นอนทางการเมือง กับผลต่อเศรษฐกิจไทย ความไม่แน่นอนกำลังสูงขึ้น และอาจกระทบทั้งการลงทุน ความเชื่อมั่น และทิศทางเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 3 สมมุติฐานหลัก ได้แก่

1.นายกฯ ไม่ผิด และปฏิบัติหน้าที่ต่อ

  • เร่งเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รับมือภาษีนำเข้าของสหรัฐ และดึงดูดการลงทุน
  • แต่รัฐบาลยังมีความเสี่ยงจากเสียงปริ่มน้ำ อาจทำให้เกิดแรงกดดันทางการเมือง และมีโอกาสนำไปสู่การเลือกตั้งหลังผ่านงบประมาณ

2.นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่​ และเปลี่ยนตัวเป็นคุณชัยเกษม นิติสิริ

  • นโยบายต่อเนื่อง​ นำโดยพรรคเพื่อไทย​ การสานต่อด้านต่างๆ ไม่น่าสะดุด แต่เสถียรภาพการเมืองยังเปราะบางเพราะคะแนนเสียงในสภาปริ่มน้ำเช่นกัน
  • ความเสี่ยงต่อการเลือกตั้งหลังผ่านงบประมาณยังมีอยู่

3.เปลี่ยนขั้วรัฐบาล

  • นักลงทุนอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูนโยบายใหม่
  • งบประมาณปี 2569 ที่เริ่ม 1 ต.ค. ยังเดินหน้า แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจช้าลงเพราะนักลงทุนรอความชัดเจน
  • ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด คือการยุบสภา ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณหยุดชะงัก กระทบการลงทุน โครงการก่อสร้าง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยตรง

ทั้งนี้​ ไม่ว่าฉากทัศน์​ใดจะปรากฏ​ เศรษฐกิจ​ไทยในช่วงครึ่งปีหลังก็มีความเสี่ยงเติบโตช้าลง​ หรือถึงขั้นหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาส​ ความหวังคือไม่ว่าผลจะออกมาทางใด​ เราอยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ​อย่างยั่งยืน​ เร่งการจ้างงาน​ สร้างรายได้​ ดึงดูดการลงทุน​ หาตลาดส่งออกใหม่​ เพราะหลังจากนี้ไป​ ไทยยังต้องเผชิญสงครามการค้าที่ขยายวงกว้าง​ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน​ ความผันผวนของค่าเงิน​ การหดตัวของสินเชื่อ​ และรายได้ของผู้บริโภคที่ต่ำ​ งบประมาณ​ที่จำกัดและกำลังเสี่ยงต่อการถูกปรับลด​อันดับ​ความน่าเชื่อถือ​ หรือปรับแนวโน้มเป็นเชิงลบในปีหน้าหากเศรษฐกิจ​ไทยยังไม่ฟื้น​ จะยิ่งซ้ำเติมการระดมทุนของเอกชน