ฮอตทั้งงานและชีวิตครอบครัวนักแสดงหนุ่ม บี้-ธรรศภาคย์ ชี ออกมาเปิดใจครั้งสำคัญถึงเรื่องราวชีวิตรักที่หลายคนจับตามอง รวมถึงการเลี้ยงดูลูกๆ กับภรรยาสุดที่รัก กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ ชี ที่วันนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจเรื่องการใช้ชีวิตคู่ของใครหลายคน เล่าย้อนถึงวันที่ความรักที่เคยถูกสังคมเข้าใจผิด ต้องฝ่าฟันคำครหามากมาย ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจสร้างครอบครัวอย่างจริงจัง พร้อมปรับจูนความสัมพันธ์ให้แข็งแรงและมั่นคงขึ้นจนถึงทุกวันนี้ครบ 10 ปีแล้ว โดยล่าสุดปล่อยซิงเกิลใหม่ “กลิ่นฝน” เพลงรักที่สะท้อนความทรงจำส่วนตัว ยิ่งพิเศษขึ้นไปอีกเมื่อคุณภรรยาสาวเป็นคนแต่งเนื้อเพลงนี้ให้ด้วย

บี้ เผยว่า “เรื่องกิ๊บชอบทำกับข้าว คือ ชีทำข้าวเก่งมาก เดี๋ยวนี้คือเขาเป็นคนที่ทำอาหารให้เรา ให้ลูกกินตลอดครับ เวลาอยากกินอาหารคลีน ก็ต้องบอกเขาว่าวันนี้อยากกินอะไร เขาทำกับข้าวตั้งแต่เราเจอกันแรกๆ เลยนะครับ ตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว ก็รู้ว่าเขาเป็นแบบว่า แม่บ้าน แม่เรือน ทำกับข้าวได้นี่แหละมัดใจผมได้ เพราะว่าแม่ผมทำกับข้าวเก่ง ผมชอบกินข้าวบ้าน แต่จริงๆ ตั้งแต่เด็ก Culture ของที่บ้าน มันต้องทานข้าวบ้านอยู่แล้ว มื้อเย็นเลิกเรียนกลับมาก็จะทานข้าวที่บ้านกันแบบคนจีน นั่งกินกันป๊า อากง อาม่า ครอบครัว นั่งกินข้าวด้วยกันอยู่แล้ว อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าโตแล้ว ทำงานแล้ว ก็รู้สึกว่าการที่กลับไปคืออยู่บ้าน ผมจะไม่ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย อาจจะใส่บ็อกเซอร์ ใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียว แล้วก็ยกขา แล้วก็กินข้าวอะไรอย่างนี้ ก็เลยเป็นอะไรที่ผมรู้สึกว่าแบบกลับไปทานข้าวที่บ้านเป็นอะไรที่แบบผ่อนคลายจริงๆ ทานข้าวนอกบ้านแบบจะอิ่มยากนิดหนึ่ง ต้องทานข้าวที่บ้านครับ”

“เมนูกินบ่อยที่สุดคือ ข้าวแกงกะหรี่ เพราะว่ามันเป็นสูตรของแม่บี้ แม่บี้บอกว่า….เวลาหม่าม้าอยู่ใต้ บี้เขาชอบกินข้าวแกงกะหรี่สูตรนี้มาก แล้วกิ๊บทำให้เขากินด้วยนะเวลาเขาอยากกิน เป็นอะไรที่แบบว่าแม่เขาจะมอบเมนูสูตรอาหารของเขาให้กับกิ๊บ (หัวเราะ) เพราะว่าตอนเด็กทานข้าวที่บ้านตลอด ที่พี่บอกว่า 2 ม. คือ 1.แม่ 2.เมีย เข้ากันได้เราจะสบาย จริงนะ ดีมากเลย คือตอนนี้ที่บ้านเราก็ค่อนข้างที่จะเป็นครอบครัวใหญ่ บี้ก็เอาปะป๊าหม่าม้ามาอยู่ด้วย เพราะว่า ป๊าม้าพูดจีนตลอดไง แล้วหลานก็อยู่ เป่าเปา เป่าเป้ ก็อยากให้เขาซึมซับภาษาจีน เพราะบางทีเราเองก็ลืมพูดภาษาจีนกับลูก แต่ก็มีป๊าม้ามาช่วย แล้วเราก็ได้อยู่กับป๊าม้าด้วย เขาก็อายุเยอะแล้วจะ 70 กันแล้ว ก็อยาก Spend time กับเขาเยอะๆ ด้วย จริงๆ ด้วยจังหวะชีวิต แล้วก็ตัวกิ๊บเอง เขาก็มีเพื่อนที่ดีด้วย ทุกอย่างมันลงตัวไปหมดเลย บางที บี้ กิ๊บ อาจจะต้องไปเมืองนอก ก็มีพ่อแม่ผม แล้วก็มีเพื่อนเขา แล้วก็มีบ้านฝั่งกิ๊บที่ช่วยกันดูแลลูกของเรา รู้สึกว่าเด็กๆ เขาอบอุ่น อิ่มกับความสุขอยู่ตลอด เป็นอะไรที่เติมเต็มช่วงที่ป๊าม้าไม่อยู่ ให้เยอะเลย”

“10 ปีที่คบกัน มัน 10 ปีแล้วที่กับครั้งแรกที่ได้เจอพี่วู้ดดี้ กับรายการตื่นมาคุย เป็นรายการที่ทำให้บี้กับกิ๊บ First Impression กัน แล้วก็มันผ่านไป 10 ปีแล้ว รู้สึกว่ามันเร็วมาก มันก็มีหลายอย่างที่พี่วู้ดดี้เอ็นดูบี้ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ความรักระหว่างบี้กับกิ๊บมันก็ 10 ปีแล้วครับ เพราะว่าเป่าเปาก็ 9 ขวบละ เป่าเป้ก็ 5 ขวบแล้ว เมื่อกี้ระหว่างทางที่ขับรถมาก็รู้สึกว่ามัน 10 ปีแล้วนี่นา เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย แล้วพี่วู้ดดี้ก็เป็นเหมือนผู้ใหญ่ของเรา 2 คนเลย ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่พี่วู้ดดี้ก็น่ารักกับบ้านเรา แล้วก็เป็นผู้ใหญ่ในวันที่เราแต่งงานด้วย ก็รู้สึกว่าเป็นบุคคลที่เรียกว่ายืนยันกับคุณ 2 คน ผมจะให้คุณ 2 คนแต่งงานกัน ให้คุณ 2 คนรักกันอะไรอย่างนี้ เป็นอะไรที่แบบว่าเร็วมาก เวลาผ่านไปเร็วนะ แล้วที่กิ๊บบอกว่า หนูเลือกคนนี้ด้วยเซนส์ว่าเขาคือคนที่ใช่ในชีวิต He Is My Man เขาบอกพี่วู้ดดี้เหรอ (ยิ้ม) ตั้งแต่รายการของพี่ที่ทำให้เรา 2 คนเจอกันด้วย แล้วก็ระหว่างนั้นเราก็คบกัน มันก็มีทั้งเรื่องที่ไม่เข้ากัน แล้วก็ปรับจูนเข้าหากันอยู่ตลอด จนน่าจะเป็นที่พี่เล่าเมื่อกี้ แต่มันเป็นช่วงที่เรา 2 คน น่าจะห่างกัน หรือว่าเกือบจะเลิกกันแล้ว แล้วก็เหมือนมันมีปัญหาหลายๆ อย่างที่ทำให้เรา 2 คน เหมือนจะไม่เข้ากันเลย แบบต่างคนต่างมีความคิดที่มันแตกต่างมาก จน 2 คนก็คือแบบห่างกันสักพักหนึ่งไหม แต่ว่าเราก็ยังคุยกันอยู่ตลอดนะ เราก็ยังคุยอยู่ แชตกันตลอด แต่มีจังหวะหนึ่งที่แบบว่าเขาก็ปวดท้องอยู่ตลอด แล้วก็เหมือนตอนนั้นเขาก็เหมือนมีช็อกโกแลตซีสต์อะไรสักอย่าง แล้วก็เราก็เป็นห่วงเขานะ เราก็แบบไปโรงพยาบาลเถอะ ไปตรวจเถอะ แล้วก็เดี๋ยวๆ พี่ไปเป็นเพื่อนก็ได้ ไม่เป็นไรนี่เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่ดี แล้ววันนั้นผมไม่ได้ไปกับเขา เพราะว่าผมเหมือนมีงาน Event พอเสร็จงานแล้วผมก็โทรฯ หาเขาว่าคุณหมออัปเดตเป็นไงบ้างแล้ว แล้วเขาพูดมาคำหนึ่งว่า You guess แล้วถามมาอย่างงี้ท้องเหรอ เขาบอกใช่ แล้วกิ๊บบอกว่าแต่บี้ไม่ต้องรับผิดชอบก็ได้นะ พอเขาพูดอย่างงี้แล้ว เดี๋ยวก่อนนะตอนนี้มันไม่ใช่ว่ามันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับที่เรา 2 คน ที่มันเลิกกันห่างกัน มันอาจจะต้องคุยดีเทลถึงว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน เรื่องที่ผ่านมามันอาจจะต้องเดี๋ยวค่อยว่ากัน เรื่องปรับเข้าหากันตอนนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา 2 คนแล้ว เรื่องที่ดีมากๆ ที่เกิดกำลังจะเกิดขึ้นคือกำลังจะมีเป่าเปาที่อยู่ในท้อง แล้วบี้ก็บอกเขาว่า ไม่ได้นะกิ๊บ เอาใหม่ๆ เรา 2 คน น่าจะต้องเอาใหม่ล่ะ บี้อยากแต่งงานกิ๊บ บี้อยากดูแลกิ๊บ บี้อยากดูแลเด็กคนนี้ที่อยู่ในท้อง บี้ขอดูแลได้ไหม เดี๋ยวบี้มีข้อเสียอะไรบี้จะพยายาม เรา 2 คนก็คงต้องพยายามปรับเข้าหากันให้ได้ที่สุด เพื่อให้เด็กคนนี้ด้วย แล้ววันนั้นเราก็มาเจอกันแล้วก็นั่งคุยกันเรื่องนี้ จำได้ว่าเราก็คุยจนร้องไห้กันแล้วก็กอดกัน พี่วู้ดดี้รู้ไหมว่าหลังจากวันนั้นที่เราเหมือนเคลียร์แล้ว แล้วก็เราเห็นเด็กคนนี้อยู่ในท้องของกิ๊บ ทุกอย่างมันดีขึ้นหมดเลย เหมือนด้วยความที่เราเกิดมาต่างถิ่นกัน มันทำให้เรารู้สึกว่า โอเคปัญหาต่างๆ ของความรักเรา 2 คน เราวางไว้ก่อน เดี๋ยวเราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ก็จนทำให้เรารักกันถึงทุกวันนี้ 10 ปีตั้งแต่วันนั้น พอตอนนั้นเปิดตัว คนก็ไม่ได้รับในตัวเรา 2 คน เพราะด้วย Culture ของเมืองไทย มีลูกก่อนแต่งงานมันก็อาจจะไม่งดงามในวันนั้น แต่สำหรับเรา ณ ตอนนั้นทุกอย่างมันดีหมดเลย มันเป็นเรื่องดีระหว่างเรา 2 คน แล้วผมก็ภูมิใจว่ามีลูกตอนอายุ 24 ลูกตอนอายุ 20 เราจะตอนอายุ 44 แล้วก็ได้ภรรยาที่ดีมาก กิ๊บเขาดีมาก ผมไม่รู้จะเอาอะไรไปมาบรรยายตัวเขา แต่ว่าคือ นอกเหนือจากพ่อแม่ ถ้าไม่มีกิ๊บก็น่าจะไม่มีบี้ในวันนี้จริงๆ”

“10 ปีที่ผ่านมา กิ๊บเขาเหมือนแม่ เหมือนแม่บี้อีกคนหนึ่ง แบบว่าเราเองก็เป็นคนที่ซน มีความคิดของตัวเองสูง เพราะฉะนั้นมีเขาคอยคอมเมนต์เรา เพราะคอมเมนต์จากเขามันทำให้ผมเติบโตจริงๆ ความซัพพอร์ตของเขาทุกอย่าง ผู้ชายคนนี้อยากทำอะไรที่เป็นฝันของตัวเอง เขาไม่เคย Say No เลย แล้วก็ขอบคุณเขาที่เป็นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกได้ดีมาก ดีมากจริงๆ จนทุกวันนี้คือลูกก็เชื่อฟังกิ๊บมากกว่า แต่มันมีเหตุผลของมัน เพราะว่าเราเองก็มีช่วงที่อยู่ที่เมืองจีนนานเป็นปี เราเข้าใจว่าความที่เรามีเวลาอยู่น้อยกับลูก แต่ว่าทุกวันที่ผมอยู่ก็พยายามเติมเต็มให้กับลูกอยู่เสมอ ไม่ให้น้อยกว่าแม่ ผมไม่รู้จะเอาอะไรมาบรรยาย กิ๊บเป็นผู้หญิงที่ดีมากสำหรับผม กิ๊บบอกว่าชาติหน้าไม่ต้องเจอกันแล้วนะ พอแล้ว บอกเฮ้ย! ขอสลับเป็นผู้หญิงบ้างสิ ขอเหนื่อยแทนเธอบ้าง บี้จะบอกเขา อยากให้บี้เป็นกิ๊บบ้าง ส่วนงานเพลงกลิ่นฝน กิ๊บเขาแต่งเพลง “กลิ่นฝน” ให้ เพราะว่าเล่าให้เขาฟังตลอดชอบกลิ่นฝนมาก เวลาฝนตกบี้จะโทรฯ หากิ๊บอยู่ตลอด ฝนตกหรือเปล่า บี้จะรู้ว่าคิดถึงเหรอ อันนี้เป็นคีย์เวิร์ดของเราประจำ 2 คนอยู่แล้ว กิ๊บก็บอกว่างั้นเอาเพลงนี้มาแต่งเถอะ เดี๋ยวกิ๊บจะเขียนเนื้อให้ เขาก็เป็นคนเขียนเนื้อเพลงทั้งเพลงนี้ขึ้นมาให้ครับ กิ๊บแต่ง 1 เพลงครับ อัลบั้มนี้ผมวางเอาไว้ 5-6 เพลง”