เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราฎร คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่าตามกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องมีการนำชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยมาพิจารณาก่อน คือนายชัยเกษม นิติศิริ เพราะยังถือเป็นแคนดิเดตอีกหนึ่งคนของพรรคเพื่อไทย จึงต้องเลือกก่อน ถ้าไม่ได้ จึงจะพิจารณารายชื่อลำดับต่อไป แต่ก็อยู่ที่การรวบรวมเสียง ถ้ารัฐบาลปัจจุบันเหนียวแน่น มีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งอยู่ และทุกคนร่วมมือกัน และใน 1-2 วันนี้กระแสเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องคุยกันให้ชัดเจน เพราะทางสภาก็มีความพร้อม หากพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลมีความพร้อม ก็แจ้งมายังประธานสภา ก็จะนัดประชุมด่วนเป็นกรณีพิเศษให้เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าจะสามารถเลือกได้ในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า ตนคิดว่าน่าจะภายในวันที่ 1-2 ก.ย. นี้ น่าจะมีความชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของกลุ่มพรรคการเมืองใด เพราะเรายังไม่รู้ว่าหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคคิดอย่างไร ยังตั้งหลักไม่ทัน เนื่องจากเราวิเคราะห์กันว่า น.ส.แพทองธาร รอด แต่ฟังไปฟังมาประเด็นแรกก็รอดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต แต่โดนเรื่องจริยธรรม เมื่อศาลมีความเห็นอย่างนี้ เราก็ต้องเคารพ เพราะเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของนักการเมือง
เมื่อถามว่าหากมีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยต้องไปเป็นฝ่ายค้าน จะกระทบเก้าอี้รองประธานสภาหรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวล เพราะการทำหน้าที่ต้องเป็นกลางอยู่แล้ว แต่ก็ต้องอยู่ที่การเจรจากัน และไม่เกี่ยวว่าหากพรรคเพื่อไทยมาเป็นฝ่ายค้านแล้ว คนของพรรคไม่สามารถเป็นรองประธานสภาได้ ไม่ได้มีการห้ามไว้ ตัวอย่างมีให้เห็นเช่นสมัยก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภา เปลี่ยนรัฐบาลจากพรรคความหวังใหม่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ นายวันมูหะมัดนอร์ก็ยังทำหน้าที่ประธานสภาต่อไป.



