สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า สำนักงานจัดหางานของรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า ตัวเลขการว่างงานในประเทศเพิ่มขึ้น 46,000 คน เมื่อเทียบรายเดือนแตะ 3.025 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558 และในเดือนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 6.4% จาก 6.3% เมื่อเดือน ก.ค.

นางอันเดรีย นาห์เลส หัวหน้าสำนักงานจัดหางาน กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของผู้ผลิตในเยอรมนี ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะนี้ ธุรกิจเหล่านี้กำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนพลังงานที่สูง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะประกาศมาตรการกำแพงภาษีเสียอีก

รายงานของบริษัทที่ปรึกษา “อีวาย” ระบุในรายงานว่า อุตสาหกรรมของเยอรมนี สูญเสียตำแหน่งงานมากกว่า 110,000 ตำแหน่ง ในปี 2567 เพียงปีเดียว โดยประมาณ 50,000 ตำแหน่ง มาจากอุตสาหกรรมรถยนต์

นายธีโล บรอดท์แมน ประธานสมาคมผู้ผลิตเครื่องจักร “วีดีเอ็มเอ” ระบุว่า ตัวเลขเหล่านี้ควรเป็นสัญญาณเตือนให้นักการเมืองตื่นตัว โดยเขาย้ำว่า ต้นทุนต้องลดลง และกฎระเบียบที่เข้มงวดต้องผ่อนคลายลง

ด้านนางแบร์เบล บาส รมว.แรงงานของเยอรมนี เปิดเผยแผนการใช้งบประมาณหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังทรุดโทรมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยย้ำว่า “รัฐบาลอยู่เคียงข้างลูกจ้าง และภาคอุตสาหกรรม”.

เครดิตภาพ : AFP