เมื่อ 30 ส.ค. ที่วัดพัฒนาธรรมาราม หรือวัดบ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ชาวบ้านด่าน หมู่ 14 ได้เดินทางมายื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ อบต.ด่าน และผู้นำชุมชน เพื่อลงทะเบียนขอรับการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน หลังจากรัฐบาลประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน 45 อำเภอ 336 ตำบล 4,081 หมู่บ้าน ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด เพื่อใช้ในการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือเยียวต่อไป

โดยจะมีการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ต้องอพยพ ครัวเรือนละ 2,000 บาท สำหรับการอพยพไม่เกิน 7 วัน และเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท เป็นเงินสด ผ่านระบบพร้อมเพย์ (prompt-pay) สำหรับการอพยพตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป ใช้งบประมาณ 1,516 ล้านบาท ส่วนเอกสารที่จะต้องแนบมาด้วย คือ 1.สำเนาบัตรประชาชน 2.สำเนาทะเบียนบ้าน 3.ใบมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองได้) ทั้งนี้ มีประชาชนชาว ต.ด่าน เดินทางมามาลงทะเบียนตามจุดต่างๆ ในแต่ละหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งในตำบลด่าน มีครัวเรือนที่มีสิทธิลงทะเบียนกว่า 3 พันครัวเรือน

วันเดียวกัน (30 ส.ค. 68) ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านบ้านออด หมู่ที่ 11 ต.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ พบว่าประชาชนเดินทางไปลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือเยียวยาดังกล่าวอย่างคึกคักเช่นกัน เบื้องต้นในหมู่บ้านออดแห่งนี้ มีผู้มาลงทะเบียนยื่นความจำนงขอรับการเยียวยาแล้วจำนวน 157 คน

ขณะที่ นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย นายปภพ ขอไชย ที่ปรึกษา พร้อมทีมงานผู้ช่วย เดินทางลงพื้นที่ดูการลงทะเบียนของประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไปหารือในที่ประชุมวุฒิสภา ในการช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนต่อไป.