“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า หลังจากการแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติ “แทร็ก เอเชีย คัพ 2025” เมื่อวันที่ 28-30 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่เวลโลโดรม สนามกีฬาแห่งที่ 2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เสร็จสิ้นลง ภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนทีมที่เข้าร่วมแข่งขันถึง 28 ทีมจาก 15 ประเทศ รวมทั้งด้านบริหารจัดการที่ได้รับคำชื่นชมจากทีมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับที่อบอุ่น การรับส่งนักกีฬาจากสนามบินไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี และการส่งกลับสนามบิน ด้านโรงแรมที่พัก อาหารการกินต่าง ๆ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ได้มาตรฐานตามที่สหพันธ์จักรยานานาชาติ (UCI) กำหนดทุกประการ

พล.อ.เดชา กล่าวว่า สมาคม ต้องขอขอบคุณ นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้ให้การสนับสนุนในทุกด้าน มีการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ พร้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ รวมถึงโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าของสถานที่ ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการแข่งขันให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกประการ นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยืนยันมาแล้วว่าจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมร่วมกับสมาคมฯ จัดการแข่งขันรายการอื่น ๆ ด้วยความยินดียิ่ง ซึ่งก็ต้องมีการหารือกันต่อไปว่าจะมีการแข่งขันรายการใดที่เราจะร่วมมือกันอีก

ส่วนของผลการแข่งขันนักปั่นทีมชาติไทย ก็ทำผลงานได้น่าพอใจ ได้มา 3 เหรียญทอง, 5 เหรียญเงิน, 3 เหรียญทองแดง ได้อันดับ 3 ของทีมทั้งหมดที่เข้าร่วมแข่งขัน ส่วนอันดับ 1 ทีมชาติคาซัคสถาน และอันดับ 2 ทีมชาติอุซเบกิสถาน นอกจากนี้ทีมชาติไทย ถือเป็นอันดับ 1 อาเซียน ได้รับถ้วยรางวัลคะแนนรวมทั้งรุ่นประชาชนชายและรุ่นเยาวชนชาย โดยทำผลงานได้ดีกว่าทีมชาติมาเลเซีย, ทีมชาติอินโดนีเซีย และทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นคู่แข่งสำคัญของเราในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.นี้

“อย่างไรก็ตาม ทีมไทยยังมีข้อบกพร่องหลายจุดที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะนักกีฬาระยะกลาง และนักกีฬาระดับเยาวชน ที่ยังมีข้อผิดพลาดหลายอย่าง ผมก็ได้ให้การบ้านสตาฟฟ์โค้ชไปว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง และต้องแผนระยะยาวกันอย่างไร เพราะนอกจากกีฬาซีเกมส์ปลายปีนี้แล้ว เราจะต้องเตรียมทีมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น ในเดือน ก.ย.ปีหน้าอีกด้วย ว่ามีแข่งขันกีฬาประเภท กี่รายการ และเราควรจะส่งนักกีฬาแข่งขันรายการไหนบ้าง หรือจะต้องพิจารณาจากผลงานในซีเกมส์ก่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายเทคนิคของสมาคมฯ และสตาฟฟ์โค้ชต้องไปคิดวางแผนกัน” เสธ.หมึก กล่าว

ทางด้าน “โค้ชตั้ม” วิสุทธิ์ กสิยะพัท รองประธานฝ่ายเทคนิคสมาคมกีฬาจักรยานฯ เปิดเผยว่า หลังจากจบรายการนี้ ทางทีมงานฝ่ายเทคนิคและสตาฟฟ์โค้ชได้มาประเมินผลงานของนักกีฬาชุดเตรียมทีมสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปลายปีนี้ ในส่วนของนักกีฬาระยะสั้น เรายังมีดีพอที่จะสู้กับนักปั่นชาติอื่น ๆ ในอาเซียนได้ โดยนักปั่นไทย ที่เป็นกำลังสำคัญก็คือ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ และ นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา ที่จะสู้กับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของเราได้ แต่ระยะกลางค่อนข้างหนักใจ เช่น ทีมเปอร์ซูตชาย สถิติของทีมมาเลเซีย ยังเหนือกว่าเรา 1 วินาที ส่วนนักกีฬาหญิง เราจะส่ง จุฑาธิป มณีพันธุ์ ไปสู้กับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ในรายการไครทีเรียมหญิง ก็มีโอกาสลุ้นเหรียญทอง เช่นกัน

“ซีเกมส์ 2025 เหลือระยะเวลาไม่ถึง 100 วัน ในส่วนนักกีฬาประเภทถนน ฝึกซ้อมกันอย่างหนัก มีการปั่นขึ้นเขาใหญ่ทุกวัน ซึ่งประเภทถนน มีชิง 7 เหรียญทอง ได้แก่ ทีมไทม์ไทรอัลชาย, ไทม์ไทรอัลบุคคลชาย, ไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง, ไครทีเรียมหญิง, โรดเรซทีมชาย, โรดเรซบุคคลชาย และโรดเรซบุคคลหญิง เราตั้งเป้าไว้ 4-5 เหรียญทอง ขณะที่ ประเภทเสือภูเขา ฝึกซ้อมอยู่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ทางด้านประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ฝึกซ้อมอยู่ที่สวนกีฬากมล ถนนสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก กทม. ของเอฟบีที ทั้ง 2 ประเภท ถือว่าไม่น่าห่วงเท่าไร เพราะนักกีฬาของเราประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ โกเมธ สุขประเสริฐ เป็นแชมป์เอเชียถึง 2 ปีซ้อน ส่วนเสือภูเขา ก็มี วิภาวี ดีคาบาเลส และ เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ ซึ่งเป็นแชมป์เอเชียหลายสมัยทั้งคู่ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ยกเว้นประเภทลู่ ที่ต้องมาแก้ไขกันพอสมควร และระยะเวลาที่เหลือก็จะต้องฝึกซ้อมกันให้หนักกว่าเดิมต่อไป” โค้ชตั้ม ย้ำ

“โค้ชตั้ม” กล่าวต่อไปว่า ส่วนการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ญี่ปุ่น ตอนนี้ทางเจ้าภาพเร่งให้ทุกชาติส่งจำนวนนักกีฬา และรายการที่จะลงแข่งขันว่าเราจะส่งรายการใดบ้าง สมาคมฯ ต้องขอดูเงื่อนไขก่อนว่าทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะอนุมัติให้เราส่งแข่งขันรายการใดบ้าง อาจจะต้องดูผลงานจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์หก่อน อย่างไรก็ตาม รายการที่แข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์จะไม่เหมือนในซีเกมส์ 100% ก็จะพิจารณากันเป็นราย ๆ ต่อไป หากวัดฝีมือในอาเซียนนักกีฬาเราไม่เป็นรองใคร แต่ถ้าหาดูในระดับเอเชียต้องยอมรับว่านักกีฬาจีน, คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน หรือญี่ปุ่น เขาแข็งแกร่งมาก

ส่วน “โค้ชนพ” ร.ต.อ.อดิศักดิ์ วรรณศรี หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ประเภทลู่ กล่าวว่า ผลงานของนักกีฬาทีมชาติไทย สำหรับรุ่นประชาชน นักปั่นระยะสั้นทำผลงานได้ดี ส่วนนักปั่นระยะกลางชุดเตรียมแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ปลายปีนี้ยังจะต้องมีการแก้ไขและฝึกซ้อมกันอีกเยอะ อาจเป็นเพราะก่อนแข่งมีเวลาฝึกซ้อมน้อย เนื่องจากนักกีฬาบางส่วนต้องไปแข่งขันประเภทถนนในการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยฯ ประจำปี 2568 สนามที่ 5 ที่จังหวัดตาก ก็ถือว่าทำได้ตามเกณฑ์ แต่ยังไม่ดีพอสำหรับซีเกมส์ ส่วนประเภทเยาวชนก็ทำผลงานได้พอน่าพอใจ แต่อาจจะขาดประสบการณ์ในการแข่งขันระดับนานาชาติ บางคนเพิ่งอายุ 16 และติดทีมชาติครั้งแรกอาจมีความประหม่า จะต้องหาประสบการณ์เพิ่มเติมอีกสักระยะหนึ่ง

“เป้าหมายในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประเภทลู่ตั้งเป้าไว้ 2-3 เหรียญทอง จากรายการทีมสปรินท์ชาย, คีรินชาย และสแครตช์หญิง ส่วนรายการทีมเปอร์ซูตชาย โอกาส 50-50 ก็หวังเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้ ระยะเวลาที่เหลือก่อนจะถึงการแข่งขันซีเกมส์เราต้องทุ่มเทฝึกซ้อมกันอย่างหนัก และนำข้อบกพร่องจากการแข่งขันครั้งนี้ มาแก้ไขปรับปรุง นักกีฬาก็ไม่มีรายการแข่งขันอื่น ๆ แล้ว ก็จะมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ครับ” ร.ต.อ.อดิศักดิ์ กล่าว