ถือเป็นอีกเรื่องราวที่สร้างความตกใจให้หลายคนไม่น้อย จากกรณีที่ “คุณพลอยรัชษ์” หรือ “เอ๋” อดีตภรรยาของผู้กำกับชื่อดัง “เอ๋-ไพโรจน์ สังวริบุตร” ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการจัดตั้งผู้จัดการมรดก ที่ลูกสาว “เบสท์ ปณิชา” ได้ยื่นต่อศาลไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงขอคำปรึกษาทางกฎหมาย กรณีถูกให้ออกจากบ้านที่อาศัยอยู่กับสามีนานกว่า 20 ปี และยังติดใจเรื่องการเสียชีวิตของอดีตสามี ท่ามกลางกระแสขัดแย้งในครอบครัวเรื่องทรัพย์สินและบ้านพักที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันมา

ศึกมรดกเอ๋-ไพโรจน์! เมีย 50 แฉถูกลูกเลี้ยงตัดขาดจากบ้าน-ไม่ให้ร่วมงานศพ

ล่าสุด “ดี้-ปัทมา ปานทอง” นักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ปริญญาโทนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เธอจึงได้เปิดใจถึงกรณีที่ เอ๋ พลอยรัชษ์  ยื่นคัดค้าน เบสท์ (ลูกสาวเอ๋) ในเรื่องของจัดตั้งผู้จัดการมรดก

โดย ดี้ เผยว่า “สำหรับประเด็นของน้องเบส ลูกสาว “เอ๋ ไพโรจน์” กับภรรยาเก่า ในเรื่องของมรดก จริงๆ แล้ว เรื่องนี้มันไม่ควรเป็นปัญหา เพราะว่า “พี่เอ๋” (ไพโรจน์) กับ คุณเอ๋ (อดีตภรรยา) เขาเลิกกันไปแล้ว ต่อให้อยู่บ้านเดียวกัน แต่ที่คุยกับน้อง (ลูกสาว) มาตั้งแต่แรก น้องเขาก็มีส่วนที่จะแบ่งให้คุณเอ๋เพราะว่า เขาก็อยู่มานานแล้วก็ไม่อยากให้ออกไปโดยไม่มีค่าขนย้าย แต่พอเรามาได้ยินเรื่อง ก็แอบตกใจ คือมันไม่น่าเกิดได้ จริงๆ แล้วเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะความใจดีของพี่เอ๋ คือเหมือนอดีตภรรยายังไม่พร้อมจะไป ก็เลยขออยู่ เลยมีการให้อยู่ เลิกกันหกปีแล้วจะอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน คือเหมือนคนที่อยู่ด้วยกันมานาน เหมือนเป็นรูมเมทกัน พี่เอ๋ก็คงมองว่าน้องเอ๋ยังไม่มีที่จะไป ก็เลยให้อยู่ไปด้วยกัน แต่ถ้าจะดีจริงๆ ก็คือต้องให้ขาดไปเลย ซึ่งเรื่องการเลิกรากัน ถ้าเป็นคนในคนรอบข้างก็จะทราบ แล้วพี่เอ๋มีการไปออกทีวีเลยทำให้คนทั่วไปได้ทราบว่า เขาทั้งสองคนเลิกกันแล้ว เพราะว่าเรื่องสุดท้ายที่พี่ไปถ่ายละครด้วยกัน ที่เจอกันกับพี่เอ๋ น้องเอ๋ก็ไม่ได้มาแล้ว

ส่วนคุณเอ๋ (อดีตภรรยา) ที่เขาให้เหตุผลว่า ที่จริงแล้วยังอยู่ด้วยกัน คือมันเป็นเรื่องในบ้าน เราก็ไม่ได้อยากพูด ทางพี่เอ๋เขาก็คงพูดไม่ได้ เพราะเขาไม่อยู่แล้ว แต่เราก็เชื่อพี่เอ๋ เพราะระยะหลังพี่เอ๋ก็อยู่กับน้องเบสตลอด ไปไหนมาไหนกับลูกตลอด และที่อดีตภรรยาได้พูดในมุมที่ว่า 20 ปีที่อยู่ด้วยกันมา มันมีอะไรหลายอย่างที่เขาสร้างมาด้วยกัน ถามว่าในกรณีนี้คิดว่าเขามีส่วนได้ไหม ก็ต้องไปฟ้องศาลเอา เพราะไม่รู้ว่ายังไง แต่จริงๆ ถ้าจะคุยกันดีๆ ก็คุยกับน้องเบสไป ถ้าคิดว่าคุณมีหลักฐานในการที่คุณได้ร่วมลงทุนทำอะไรอย่างนี้ ถ้าในมุมมองของพี่นะ ซึ่งเราก็คุยกับน้องเบสตลอด คือพี่ว่าโชคดีที่น้องเบสเป็นคนที่มีสติและมีสมาธิดี เลยไม่ตื่นอะไรง่ายๆ แล้วน้องต้องอยู่ในความเชื่อจากที่เขาอยู่กับพ่อเขามา ในเวลาช่วงสุดท้ายที่เขาอยู่ด้วยกัน เขาก็จะเห็นความคืบหน้า ความมีอะไรหรือไม่มีอะไรระหว่างพ่อกับน้องเอ๋

สำหรับที่อีกฝ่ายก็บอกว่า การกระทำของเบส ไม่เหมาะสม ที่มีการล็อกบ้านและไล่ออกจากบ้าน คือไม่จริงเลยค่ะ เพราะวันที่ไปลอยอังคารน้องเบสก็ยังพาเขาไปด้วย พี่ก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่ที่เขา (อดีตภรรยา) ยังมีการคาใจในเรื่องของการเสียชีวิต ของพี่เอ๋ พี่ว่าน่าจะหาประเด็นหรือเปล่า จะคาใจอะไรแพทย์ก็ผ่าพิสูจน์ไปแล้ว ถ้าพี่พูดก็จะรู้สึกว่าเข้าข้างพี่เอ๋หรือเบส แต่พี่พูดในสิ่งที่พี่เห็นและสัมผัสมากกว่า พี่ว่าเขาหาเรื่องพูดมากกว่า เพราะว่าพี่เอ๋เขาเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว การที่หัวใจวายเฉียบพลัน ก็ไม่ได้ตายผิดปกติไม่ใช่เหรอ แล้วที่ตัวอดีตภรรยาบอกว่าช่วงสุดท้ายเขาไม่ได้อยู่กับพี่เอ๋ คือเขาไม่ได้เป็นเมียเขาจะอยู่ได้ยังไงล่ะ ถูกไหม แค่นั้นแหละ

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเบสกับคุณเอ๋อดีตภรรยาของพี่เอ๋ หลังจากที่พี่เอ๋เลิกไปแล้ว พี่เอ๋ก็เริ่มไปทำงานกับลูก ทำหนังด้วยกัน ซึ่งตอนนั้นน้องเอ๋ก็ไม่ได้เข้ามา ความสัมพันธ์ก็อาจจะไม่ได้รักกอดคอกัน ก็ไม่ได้มีปัญหากันเลย แม้แต่วันงานศพก็ไม่ได้มีค่ะ คือน้องเอ๋จะมาในฐานะอะไร อดีตภรรยา ก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าสมมติว่าพี่เป็นอดีตภรรยา พี่เลิกไปแล้ว เพราะอดีตสามีเสียชีวิตพี่ก็คงมาร่วมงานแล้วก็กลับบ้าน คือพอเกิดปัญหาตรงนี้ พี่ว่าพี่เอ๋ก็คงรู้สึกเสียใจว่า สร้างปัญหาให้ลูก นอกจากทิ้งงานที่จะต้องให้ลูกสานต่อแล้ว ยังจะทิ้งปัญหาขึ้นศาลให้ลูกสานต่ออีก พี่ว่าในที่สุด ก็น่าจะตกลงกันได้ เพราะว่าทุกอย่างมันมีหลักฐาน มีพยาน มีรายได้ ถ้าเราเป็นผู้เสียภาษีมีรายได้ เราก็ไปยืนยันได้ว่าเราได้เงินก้อนนี้ลงทุนทำอะไร ทุกอย่างมันมีหลักฐานหมด

พรุ่งนี้เขาไปเจอกันครั้งแรกที่ศาล คิดว่ายังไงน้องเบสก็คงเป็นผู้ดูแลอยู่แล้วเพราะเขาเป็นลูก ซึ่งการดูแลมรดกร่วมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เขาไม่ได้เป็นภรรยาที่จดทะเบียน เขาจะร่วมได้ยังไง เรามองในมุมกฎหมาย แต่ทีนี้เขาก็ต้องไปคุยกับน้องเบสว่ายังไงแค่นั้นแหละ ถามว่าเบสจะมีความเป็นธรรมหรือใจอ่อนอะไรไหม คือจริงๆ แล้วเบสเขาพูดกับพี่ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะให้เขา ตั้งแต่วันที่ไปลอยอังคารแล้ว พี่ก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้น้องเอ๋เปลี่ยนใจลุกขึ้นมาพูดอะไรแบบนี้ แต่พี่ว่าทุกอย่างเดี๋ยวมันก็จบเพราะทุกอย่างมีหลักฐาน มีกฎมีเกณฑ์มีกติกาว่าใครต้องได้อะไรทำอะไร ก็ประมาณนี้“