เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจพบระเบิดแสวงเครื่องแถวปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ว่า จากการตรวจสอบและได้รับรายงานพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง จากลูกระเบิดปืน ค. และพิสูจน์ทราบแล้วว่าเป็นของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าทหารกัมพูชานำมาวาง อย่างที่ตนเคยพูดมาตลอดว่า แม้รัฐบาลกัมพูชาจะออกมาระบุว่าตั้งใจจะมีการพูดคุยก็ตาม แต่ทหารกัมพูชากลับไม่มีวินัยและยังยั่วยุอยู่ตลอด
“ได้สั่งการไว้ 2 อย่างในขั้นนี้ โดยให้นำหลักฐานมาประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และให้พยายามลาดตระเวนเฝ้าตรวจ หากพบในช่วงที่เขามาวางระเบิด ให้สามารถจัดการได้เลย อย่างที่เคยพูดเอาไว้ ถ้ามาวางไว้ กลับไปก็กลับไปแต่วิญญาณก็แล้วกัน” พล.อ.ณัฐพล กล่าว
พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง แต่ไม่ส่งผลกระทบกับชายแดน เนื่องจากมี พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ได้มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและ ผบ.เหล่าทัพ แม่ทัพภาค มีอำนาจในการป้องกันอธิปไตย ป้องกันประเทศได้ และมีกฎการใช้กำลังของกระทรวงกลาโหม ระบุไว้อย่างชัดเจน จึงขอประชาชนอย่ากังวลในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนไทยภาคใต้ ที่มีการเกิดเหตุหลายจุด ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นการแสดงสัญลักษณ์ ซึ่งตรงกับวันชาติของมาเลเซีย กลุ่มผู้ก่อเหตุมักจะถือวันในลักษณะเช่นนี้ปฏิบัติการ ซึ่งตนเองได้เน้นย้ำให้แม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ไปทั้งหมดแล้ว.



