สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ว่าองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) ระบุว่า ในปีนี้ การจัดอันดับได้ขยายเกณฑ์ให้ครอบคลุมการลงทุนในบริษัทร่วมทุน นอกเหนือไปจากข้อมูลการยื่นจดสิทธิบัตร และการเผยแพร่ผลงานทางวิทยาศาสตร์

หน่วยงานอธิบายว่า กิจกรรมการลงทุนในบริษัทร่วมทุนช่วยให้เห็นภาพว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งผลต่อการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างไร รวมถึงสินค้าและบริการใหม่ ๆ ในตลาด

เมืองเซินเจิ้น-ฮ่องกง-กว่างโจว และโตเกียว-โยโกฮามา มีส่วนสนับสนุนอย่างมากต่อสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์ และผลงานสิทธิบัตรระดับโลก โดยคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 ของการยื่นขอสิทธิบัตรทั่วโลก

นอกจากนั้น การจัดอันดับใหม่แสดงให้เห็นว่าเมืองซานโฮเซ-ซานฟรานซิสโกของสหรัฐอเมริกา ได้แซงหน้ากรุงปักกิ่ง โซล และเมืองเซี่ยงไฮ้-ซูโจว ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ส่วนกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักรได้ขยับขึ้นจากอันดับที่ 21 เป็นอันดับ 8 ขณะที่เมืองเบงกาลูรูของอินเดียขยับขึ้นจากอันดับที่ 56 เป็นอันดับ 21

ไวโปกล่าวว่า คลัสเตอร์นวัตกรรม 100 อันดับแรกกระจายอยู่ใน 33 เศรษฐกิจ โดยรวบรวมมหาวิทยาลัยชั้นนำ นักวิจัย นักประดิษฐ์ นักลงทุนร่วมลงทุน และบริษัทวิจัยและพัฒนาในการขับเคลื่อนแนวคิดที่ก้าวล้ำ

หากพิจารณาตามประเทศ จีนครองอันดับสูงสุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันด้วย 24 คลัสเตอร์ใน 100 อันดับแรก ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาที่ 22 คลัสเตอร์

สำหรับคลัสเตอร์นวัตกรรมที่เข้มข้นที่สุด เมื่อพิจารณาตามสัดส่วนของจำนวนประชากร ได้แก่ เมืองซานโฮเซ-ซานฟรานซิสโกในสหรัฐ ตามด้วยเมืองเคมบริดจ์ในอังกฤษ

15 คลัสเตอร์นวัตกรรมชั้นนำในปี 2568 :

1.เซินเจิ้น-ฮ่องกง-กว่างโจว, จีน

2.โตเกียว-โยโกฮามา, ญี่ปุ่น

3.ซานโฮเซ-ซานฟรานซิสโก, สหรัฐอเมริกา

4.ปักกิ่ง, จีน

5.โซล, เกาหลีใต้

6.เซี่ยงไฮ้-ซูโจว, จีน

7.นิวยอร์กซิตี, สหรัฐอเมริกา

8.ลอนดอน, สหราชอาณาจักร

9.บอสตัน-เคมบริดจ์, สหรัฐอเมริกา

10.ลอสแอนเจลิส, สหรัฐอเมริกา

11.โอซากา-โกเบ-เกียวโต, ญี่ปุ่น

12.ปารีส, ฝรั่งเศส

13.หางโจว, จีน

14.ซานดิเอโก, สหรัฐอเมริกา

15.หนานจิง, จีน

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES