เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 2 ก.ย. 68 ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ให้สัมภาษณ์กลับลำว่า ไม่ร่วมงานภูมิใจไทยแค่สมัยนี้ ว่า ตนไม่อยากพูดถึงนายเดชอิศม์แล้ว แต่ดูเหมือนว่า นายเดชอิศม์ยังกล่าวถึงพรรคภูมิใจไทย จึงจำเป็นต้องชี้แจง โดยขอย้ำว่า คดีเขากระโดง นายเดชอิศม์เป็น รมช.มหาดไทย และมอบหมายให้ดูแลงานของกรมที่ดิน ซึ่งเทคแอ๊คชั่นทันที และตั้งธงไว้ว่า จะเพิกถอนที่ดินบริเวณเขากระโดง ทั้งๆ ที่คณะกรรมการชุดเก่า ที่อธิบดีกรมที่ดินไปพิจารณาตามมาตรา 61 ใช้เวลาทำงานอยู่ 8 เดือน แต่คณะกรรมการที่เดชอิศม์ จำนวน 7 คน ซึ่ง 1 คน เป็นคนใกล้ชิดกับนายเดชอิศม์ และอีก 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กฎหมายของการรถไฟ ที่เป็นคู่กรณี มาสอบกรมที่ดิน ซึ่งถ้าดูจากวิธีการตั้งก็ผิดแล้ว
นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ขั้นตอนการสอบก็ใช้ระยะเวลาเพียง 7 วัน และมานั่งแถลงด้วยกันทั้ง มท.1 และ มท.3 และยืนยันจะเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง แต่กลับไม่มีใครได้เห็นสำนวนการสอบสวนเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ฉะนั้นวันนี้กว่าจะไปถึงจุดนั้น ต้องให้ความกระจ่างก่อนว่าการสอบสวนเป็นอย่างไร
นายศุภชัย กล่าวยืนยันว่า ที่ดินเขากระโดงยังอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย และที่ดินเขากระโดงทั้งหมดนอกจาก 35 ราย ยังไม่มีใครได้รับการถูกเพิกถอน ส่วนผู้ครอบครองโฉนดอีก 900 กว่าราย ก็ยังไม่มีใครกระทำความผิด พร้อมท้าว่า “ถ้าหากพบมีความผิดก็ให้ดำเนินคดีเลย”
ส่วนกรณีฮั้ว สว. นายศุภชัย กล่าวว่า อยากให้นายเดชอิศม์ มานั่งดีเบตกับตน ว่าที่เขาบอกกันว่าที่ฮั้ว สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง หรือนายเดชอิศม์ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด บุบเข้าไปในสมองว่าฮั้ว สว. อย่างเดียว ซึ่งวันนี้ตนขอถามว่ารู้อะไรเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ทั้งๆ ที่วันนี้ คณะไต่สวนสอบสวนชุดที่ 26 ของ กกต. เพิ่งสอบอยู่ในขั้นตอนที่ 2 จาก 10 ขั้นตอน หรือนายเดชอิศม์ เอาสำนวนมาดูแล้วหรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำสำนวนมาให้ดู โดยนายศุภชัย ยังขอให้นายเดชอิศม์ หยุดการกระทำ และขอให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไป
นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนที่กังวลว่าจะมีการแทรกแซง ที่ดูแล้วเหมือนคนมีคุณธรรม และอุดมการณ์ แต่ขอย้ำว่าตอนนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องประเทศชาติ เพราะวันนี้มีชาวสงขลา บอกตนว่า เฉพาะคดีบุกรุกโบราณสถาณของพี่สาว พี่เขย และหลานของนายเดชอิศม์ ศาลก็พิพากษาไปหลายปีแล้ว ขอให้เป็นห่วงคดีนี้ก่อน ว่าคนสงขลารู้สึกอย่างไร ที่ญาติพี่น้องของนักการเมืองซึ่งเป็นถึงรัฐมนตรี ไม่ต้องห่วงไปถึง จ.บุรีรัมย์ เอา จ.สงขลา ก่อน ซึ่งคดีดังกล่าวตนรู้เบื้องหลังด้วยว่า กว่าจะมีการดำเนินคดี กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซงโดยผู้มีอิทธิพล
นายศุภชัย กล่าวว่า ตนยังรู้สึกเสียดายที่นายเดชอิศม์ เป็นถึง มท.3 เพราะคน จ.สงขลา ฝากความหวังไว้ว่าเป็น มท.3 มีหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และคงไม่มีบ่อนแล้ว แต่กลับยังมีบ่อนเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ทุดคนรู้หมดว่าอยู่ตรงไหน วันนี้ไม่ต้องมองไกล ก้มมองปลายเท้าตัวเองไปก็พอ ขออย่าแสดงความเป็นผู้มีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ และก็รู้จักเป็นการส่วนตัวเป็นอย่างดีจึงรู้ว่าเป็นคนแบบใด
นายศุภชัย ยังตั้งคำถามถึงนายเดชอิศม์ ว่า ทราบหรือไม่ว่ามีความสามารถในการเป็นรัฐมนตรี เพราะเท่าที่ตนดู ไม่มีความมั่นใจในความสามารถของตนเองหรือไม่ เพราะตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีถึง 77 คน แต่ทราบหรือไม่ ในหลายคนนั้นมีหมายจับอยู่ และบางคนถูกคดีฮั้วประมูล ซึ่งคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประมวลจริยธรรมที่มีอยู่ข้อ 1 ระบุว่า ไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือมีชื่อเสียงอันเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนความเชื่อถือ และศรัทธาของประชาชน ซึ่งใน 77 คนนั้น เข้าเงื่อนไขนี้หรือไม่
นายศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า ถ้าตนเป็นนายเดชอิศม์ จะหยุดพูดตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ท้วงติง แต่วันนี้กลับมาพูดอีกว่า อายบรรพบุรุษ ก็ขอให้นายเดชอิศม์ไปจัดการบรรพบุรุษที่ จ.สงขลา ก่อน แม้ตนรู้จักกันมานาน แต่หากมาแตะพรรคภูมิใจไทยก็ยอมไม่ได้ จึงขอให้สังคมตัดสินเอง หากไม่เข้าร่วมสมัยนี้ แต่จะไปเข้าร่วมสมัยหน้า ก็ให้ประชาชนตัดสินว่าเป็นอย่างไร.



