ช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันนี้ (2 ก.ย.) ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นจนสามารถขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 3,508.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความใน Truth Social ที่ระบุถึงสาเหตุการตั้งภาษีกับอินเดียสูงถึง 50% เนื่องจากถูกอินเดียเอาเปรียบมาตลอด พร้อมกล่าวว่าการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐคือ “หายนะด้านเดียวอย่างสิ้นเชิง” ซึ่งการโพสต์ข้อความดังกล่าวได้สร้างสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐ ทำให้เกิดแรงซื้อทองเข้ามาในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อีกทั้ง เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Jackson Hole ว่า “ความเสี่ยงด้านการจ้างงานกำลังเพิ่มขึ้น และภาษีศุลกากรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับราคาเพียงครั้งเดียว ความสมดุลของความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจำเป็นต้องปรับนโยบาย”  ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้นว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำ

ขณะเดียวกันธนาคารกลางทั่วโลกมีการเข้าถือทองคำในฐานะทุนสำรองมากกว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี 

เมื่อพิจารณาประเทศที่ถือทองคำมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่

-สหรัฐ ถือครองทองคำ  8,133 ตัน

-เยอรมนี ถือครองทองคำ 3,350 ตัน

-อิตาลี ถือครองทองคำ 2,452 ตัน

-ฝรั่งเศส ถือครองทองคำ 2,437 ตัน

-รัสเซีย ถือครองทองคำ  2,330 ตัน

-จีน ถือครองทองคำ  2,299 ตัน

-สวิตเซอร์แลนด์ ถือครองทองคำ  1,040 ตัน

-อินเดีย ถือครองทองคำ 880 ตัน

-ตุรกี ถือครองทองคำ 635 ตัน

-เนเธอร์แลนด์ ถือครองทองคำ 612 ตัน