เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายธันวา เทศแย้ม และ นายกิตติเดช เทศแย้ม ตัวแทนสมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยกว่า 40 คน นำรายชื่อผู้บริโภค 12,602 รายที่ร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ Change เดินทางไปเรียกร้องให้ 8 ซูเปอร์มาร์เกต เลิกขายสัตว์น้ำโตไม่เต็มวัย โดยเริ่มแคมเปญ “ซูเปอร์มาร์เกต : เลิกขายสัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัย เพราะอาหารทะเลกำลังจะ #หมดแล้วจริงๆ”

นายธันวา กล่าวว่า ถ้าซูเปอร์มาร์เกตที่มีอยู่ทั่วประเทศรวมกันเลิกขาย ก็จะช่วยตัดตอนวงจรระหว่างคนจับและคนซื้อไปได้มหาศาล ซึ่งแคมเปญดังกล่าว เป็นการรณรงค์ของชาวประมงให้ช่วยกันส่งเสียงไปถึงซูเปอร์มาร์เกตทั้ง 8 แห่ง ให้เลิกขายสัตว์น้ำโตไม่เต็มวัยซะที เพื่อลดการจำหน่ายหรือบริโภคสัตว์น้ำที่ไม่ได้ขนาด และจะช่วยให้ทรัพยากรทางทะเลมีความสมบูรณ์มากขึ้น จนถึงระดับที่มีความยั่งยืนทางชีวภาพ และนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในอนาคต

นายธันวา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันคนไทยหันมากินตัวอ่อนของสัตว์น้ำ ซึ่งตัวเล็กไม่ได้ขนาด อย่างหมึกกะตอย ปลาข้าวสาร ปลาสายไหม จาระเม็ดเด็ก หรือปูไข่ ที่มีวางขายกันทั่วไป ผู้บริโภคต่างพากันซื้อ โดยไม่รู้ว่ากำลังทุบตู้กับข้าวและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ และกำลังตัดวงจรการขยายพันธุ์ ทำให้อาหารในทะเลไทยหายไปเรื่อยๆ

“ผมเป็นชาวประมงมาเกือบสิบปีแล้ว อาชีพนี้ส่งจากรุ่นสู่รุ่น แม้จะไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ต้องกลัวอด แต่หลายปีมานี้ทำให้กังวลว่าจะต้องเปลี่ยนอาชีพไป เพราะสัตว์นํ้าในทะเลไทยหายไปเรื่อยๆ จับอะไรก็ไม่ค่อยได้ หมึกกับปลาทูที่เคยราคาถูก ตอนนี้ราคาแพงหมดแล้ว เพราะต้องส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้บริโภคก็หาอาหารทะเลดีๆ กินยากขึ้น เพราะกำลังจะหมดทะเลแล้วจริงๆ” นายธันวา กล่าว

ด้านนายกิตติเดช กล่าวว่า การเรียกร้องครั้งนี้เราเน้นไปยังกลุ่มซูเปอร์มาร์เกต เพราะเมื่อเราเดินเข้าไปจะพบว่า มีการขายสัตว์น้ำวัยอ่อนอย่างกว้างขวาง และมีการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ นับว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดสด หรือร้านขายของฝาก ถ้าซูเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ฟังเสียงพวกเราในครั้งนี้ ร้านเล็กๆ ก็จะมีแรงจูงใจหันมาทยอยทำตาม เมื่อไม่มีคนรับซื้อสัตว์น้ำวัยอ่อน ก็จะไม่มีคนจับมาขาย

ขณะที่ นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เปิดเผยว่า ชาวประมงพื้นบ้านเดินทางมายื่นรายชื่อถึงซูเปอร์มาร์เกต ซึ่งบางแห่งเรามีโอกาสพูดคุยกันไปบ้างแล้ว ได้มีการวางแผนจัดการในเรื่องนี้อยู่ และได้รับสัญญาณที่ดี แต่ในขณะเดียวกันบางแห่งเรายังไม่มีโอกาสได้เจอแม้แต่ตัวแทนด้วยซํ้า ทำได้เพียงฝากเอกสารไว้พิจารณาได้เท่านั้น ซึ่งหวังว่าแต่ละซูเปอร์มาร์เกตจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในการดูแลทะเลไทยจริงๆ.




