ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการดนตรีทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการจัดคอนเสิร์ตและการทัวร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก โดยเฉพาะในออสเตรเลียที่มีการประเมินว่าการทัวร์สองสัปดาห์ราว 15 โชว์ อาจปล่อยคาร์บอนสูงถึง 28 ตัน เทียบเท่ากับปริมาณการปล่อยตลอดหนึ่งปีของครัวเรือนทั่วไป

The Guardian สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า วงอินดี้ป็อปชื่อดังอย่าง ‘ไลม์ คอร์เดียล’ (Lime Cordiale) ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของศิลปินรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) โดยพวกเขาเคยทดลองใช้รถตู้ไฟฟ้าออกทัวร์ แม้จะยังพบข้อจำกัดด้านการชาร์จไฟ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะปรับตัวและมองหาทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า สองพี่น้องอย่าง ‘โอลิเวอร์’ และ ‘หลุยส์ ไลม์บัค’ ยังได้ลงทุนในฟาร์มปศุสัตว์เชิงฟื้นฟู และร่วมมือกับสตาร์ทอัพด้านการเกษตรเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน รวมถึงริเริ่มกิจกรรมหลากหลาย เช่น การจัดคอนเสิร์ตโดยใช้รถบัสเชื้อเพลิงชีวภาพในยุโรป หรือการเพิ่มค่าใช้จ่ายจากการขายบัตรเพื่อนำไปสนับสนุนโครงการด้านพลังงานสะอาด ซึ่งสามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 5 หมื่นดอลลาร์ออสเตรเลีย
แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนของ ‘ไฮดี เลนเฟอร์’ (Heidi Lenffer) นักร้องนำจากวง ‘คลาวด์ คอนโทรล’ (Cloud Control) ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Feat (Future Energy Artists) ซึ่งริเริ่มโครงการ Solar Slice โดยหักรายได้จากการขายบัตรเพื่อนำไปสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน ทั้งยังระดมทุนกว่า 7 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ Brigalow ในรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงบ้านเรือนกว่า 11,000 หลังต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปี ตลอดจนการผลักดันให้สถานที่จัดงานลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ
การขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร Green Music Australia ซึ่งก่อตั้งโดย Tim Hollo องค์กรได้เผยรายงานว่า หากสถานที่จัดแสดงดนตรีในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ปรับใช้มาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 1.53 ล้านดอลลาร์ต่อปี และลดการปล่อยก๊าซได้มากถึง 70,000 หมื่นตัน นอกจากนี้ Green Music Australia ยังพัฒนาโครงการ ‘Green Venue Certification’ เพื่อรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้นักดนตรีสามารถวางแผนการทัวร์ได้อย่างยั่งยืน
แม้ศิลปินหลายรายจะยอมรับว่าการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอาจไม่สามารถช่วยโลกได้ 100% ในทันที แต่แนวคิดที่ว่า ‘ทำให้ดีกว่าที่เป็นอยู่’ นั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่สร้างการตระหนักรู้ให้แก่ทั้งศิลปินและผู้ชม สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ทางดนตรีสามารถผสานเข้ากับความรับผิดชอบต่อโลกได้อย่างกลมกลืน
สำหรับประเทศไทย แนวโน้มเรื่องดังกล่าวเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในรูปแบบของเทศกาลดนตรีที่ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การสนับสนุนให้ผู้ชมเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และความร่วมมือของภาคเอกชนกับหน่วยงานด้านพลังงานหมุนเวียนเพื่อนำไปใช้ในงานแสดงสด หลายค่ายเพลงและผู้จัดงานกำลังหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการขยะ ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของศิลปินระดับโลก
ความพยายามเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมดนตรีกำลังก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เพียงสะท้อนความรับผิดชอบของศิลปินเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมวงกว้างในการร่วมกันหาทางออกที่ยั่งยืนต่อไป



