งานวิจัยล่าสุดพบว่า โรคภูมิแพ้จมูกอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดได้จริง แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องทำความเข้าใจด้วยเช่นกัน

ภูมิแพ้จมูก เป็นภาวะที่เยื่อบุจมูกมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ มลพิษ กลิ่นฉุน ทำให้มีอาการคัน จาม น้ำมูกใส และคัดจมูก

ความเชื่อมโยงระหว่าง “ภูมิแพ้จมูก” กับ “มะเร็งปอด”

จากการศึกษาเชิงวิเคราะห์ที่รวบรวมข้อมูลจากประชากร 3.8 ล้านคน ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Medicine พบว่าผู้ที่มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด ต่ำกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรคนี้ถึง 26% นอกจากนี้ยังพบว่าโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ก็มีผลในการลดความเสี่ยงมะเร็งปอดในผู้ชายเช่นกัน

นักวิจัยสันนิษฐานถึงกลไกที่เป็นไปได้ 2 ประการ

การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน: การที่ร่างกายมีอาการแพ้ที่เกี่ยวข้องกับสารภูมิต้านทาน IgE (Immunoglobulin E) อาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในภาวะ “เฝ้าระวัง” อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสามารถตรวจจับ และกำจัดเซลล์เนื้องอกในระยะเริ่มต้นได้

การขับสารพิษ: ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จมูกมักจะจามบ่อย ซึ่งการจามนี้อาจช่วยเร่งการขับสารพิษ และสารก่อมะเร็งต่างๆ ออกจากระบบทางเดินหายใจได้

ความสัมพันธ์นี้เป็น “ดาบสองคม”


แม้จะมีข่าวดี แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างโรคภูมิแพ้กับมะเร็งเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และอาจเป็น “ดาบสองคม” ได้เช่นกัน เนื่องจากการอักเสบเรื้อรัง ที่เกิดจากอาการแพ้บางชนิด อาจทำลายระบบภูมิคุ้มกันที่ควรจะต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้

และอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในบางกรณี งานวิจัยบางชิ้นพบว่า ผู้ป่วยโรคหอบหืดมีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดสูงขึ้น และโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังและมะเร็งอื่นๆ ได้

ดังนั้น จึงยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อทำความเข้าใจกลไกที่ชัดเจน และครอบคลุมมากขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกัน และประเมินความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ได้อย่างถูกต้องต่อไป.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik