เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ก.ย. ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ต.สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง จ.สระแก้ว ถึงขั้นตอนการดำเนินการทางยุทธการของแม่ทัพภาคที่ 1 ที่รับผิดชอบ ว่า ได้สั่งการและเตรียมกำลังในการเคลื่อนย้ายกำลังเข้าพื้นที่ปฏิบัติการในจังหวัดสระแก้ว พร้อมดำเนินการตามแผนจักรพงศ์ 681 แต่เช้ามืดวันที่ 26 กันยายน ต่อที่หมายพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อตรึงการปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้ามใน 4 พื้นที่ ตามที่กองทัพบก (ทบ.) มอบหมาย
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชน ทางแม่ทัพภาคที่ 1 เน้นย้ำให้ระมัดระวังและกระทำต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ดังนั้นการปฏิบัติที่มีการปกปิดและมีความรอบคอบไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัว ผลการดำเนินการถึงไม่มีการปะทะ การดำเนินการเราใช้หน่วยทหารที่มีศักยภาพสูงกว่าหลายเท่า ทำให้ฝ่ายตรงข้ามยินยอมและล่าถอยไป จากนั้นเข้าถูกทำลายที่ตั้งทางทหารและวางลวดหนาม
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าการปฏิบัติการเป็นไปอย่างรอบคอบ ไม่ให้กระทบประชาชนของกัมพูชา ป้องกันไม่ให้นำไปขยายผลต่อเวทีโลกว่าเราปฏิบัติต่อเป้าหมายพลเรือน นี่คือความยากในกลยุทธ์และการดำเนินการของพวกเรา ย้ำว่าตลอดระยะเวลา แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่อำนวยการยุทธด้วยตัวเอง ประชุมกับผู้บังคับการกรม เพื่อให้เกิดความรอบคอบแต่ละที่หมาย
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ดำเนินการจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (อาร์บีซี) สมัยวิสามัญ ซึ่งมีความยาก โดยเฉพาะเรื่องของสแกมเมอร์และการเก็บกู้ทุนระเบิด รวมถึงการร่วมมือในการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีการตั้งคณะประสานงานระหว่างสองฝ่ายขึ้นมา ซึ่งเราก็ต้องพยายามเดินหน้าเรื่องดังกล่าว ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (จีบีซี) ที่จะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ต่อไป
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นั้น ได้มีการออกมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งประกาศในพื้นที่กฎอัยการศึกอยู่แล้ว เป็นการออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ณ วันนี้ประชาชนอยากไปให้กำลังใจก็สามารถมาได้ โดยเข้าสู่มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยระหว่างนี้ ทางจังหวัดก็ได้นำส่วนที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่มีเอกสารสิทธิเพื่อรังวัดที่ดิน
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ยังทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ให้ดำเนินการต่อสิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยของประเทศกับฝั่งกัมพูชาไป มิฉะนั้นเราจะมีกฎหมายดำเนินการต่อกันดังกล่าว เช่น การหลบหนีเข้าเมือง การบุกรุกพื้นที่การละเมิดพื้นที่ป่าไม้ มีการปักป้ายเพื่อแจ้งให้พี่น้องกัมพูชาทราบว่าจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรต่อไป
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า หลายสิ่งหลายอย่าง เราได้ดำเนินการมาเป็นขั้นเป็นตอน โดยร่วมมือกับหลายหน่วยงาน สิ่งที่ประชาชนรอคอยเราทำให้แล้ว โดยผู้บังคับบัญชาในอดีตทำส่งต่อมา ยืนยันว่าเราทำงานร่วมกับมหาดไทย เพื่อเดินหน้าการแก้ไขปัญหา แต่เขาต้องใช้เวลาขอให้ใจเย็น ตอนนี้เรากำลังดึงกัมพูชาเข้ากติกาโดยใช้กติกาบีบ ตอนนี้กัมพูชาเริ่มรับกติกาของเรา เพราะไม่รู้จะไปออกมุกไหนแล้ว เราก็จะกดดันด้วยหลักกติกาสากลนี้ต่อไป
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า การซีลชายแดนโดยสมบูรณ์ในพื้นที่กองกำลังบูรพาใน จ.สระแก้ว ยืนยันว่าเราปิดด่านทุกประเภทอย่างสนิทและถาวรทุกด่านมาตั้งแต่ก่อนหยุดยิง เป็นมาตรการกดดันกัมพูชา สิ่งที่เราทำเอาออก ก็คือซ้อนแนวลวดหนามชายแดนของเรา 165 กิโลเมตร เป็นทางบก 95 กม. เป็นคลอง 70 กม. พอหน้าแล้งก็สามารถเดินข้ามคลองได้ ทั้งนี้เราได้สั่งให้กองกำลังบูรพาสกรีนแนวชายแดนทั้งหมดอีก 16 กิโลเมตร ซอยเข้าไปด้วยแนวรั้วลวดหนามโดยไม่ให้มีการข้ามแดนผิดกฎหมาย ความหมายคือสกรีนแนวชายแดนร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยด่านปกติและเครื่องมือ นี่คือหัวใจในการที่เราใช้ทางยุทธวิธี ยุทธการและยุทธศาสตร์ปิดล้อมและกดดันทั้งภาวะเศรษฐกิจด้วย
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ฝากบอกคนไทยที่จะเดินทางไปทำงานที่บ่อนหรือสแกมเมอร์ ขอให้หยุดความคิด เพราะบ่อนทั้งหลายกำลังเตรียมเจ๊ง ขอให้มาทำงานที่ไทยดีกว่า ขณะที่คนฝั่งกัมพูชาอดอยาก ไม่มีงานทำ พอเราจับกุมผู้ที่ลักลอบ มีการขนของอุปโภคบริโภคข้ามไปนั่น เป็นผลจากการเรากดดันทุกรูปแบบ
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การดำเนินการของเรามีผลไปถึงกองทัพภาคที่ 2 ด้วย อีกทั้ง เรายังส่งกำลังไปหลายหน่วย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ถ้าอยากทราบว่าเป็นหน่วยไหนได้ ดูคลิป 5 นาที ที่เหมือนสตาร์วอร์ นั่นคือหน่วยที่มีศักยภาพสูง กองทัพภาคที่ 1 ทำเต็มที่ ขอให้รอดูผลที่จะเกิดขึ้น แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ฝากมาว่าทำทุกอย่างโดยยึดหลักถูกต้อง ภายใต้คุณธรรมหลักการ ท่านขอปิดทองหลังพระ ไม่ชอบฉายแสง
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นการทำร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคง สภาความมั่นตงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) รวมถึง กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) แต่ต้องใช้เวลาในระยะหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการเจรจาในการประชุมจีบีซี ครั้งต่อไป ยืนยันว่าต่อไปนี้ จะไม่ให้ชาวกัมพูชา เข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทย และเราจะไม่เป็นพี่ใหญ่ใจดีอีกแล้ว นอกจากนี้แนวทางการประท้วง หากกัมพูชายังนิ่งเฉย จะมีการยกระดับและกำหนดมาตรการในการดำเนินการเอง แต่ทั้งนี้ยืนยันว่า จะเป็นการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักและคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมด้วย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 1 มีความตั้งใจเต็มร้อย ในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วง โดยกำหนดกรอบระยะเวลาที่สามารถทำได้จริง ไม่ให้ยืดเยื้อ
“พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นคนมีความอดทนเข้มแข็ง มีความสุขุมรอบคอบ เพียงแต่ว่าไม่ใช่นักพูดแบบตน ท่านไม่ต้องการแสงอะไรมากมาย แต่ต้องการผลงาน แล้ววันนี้ได้นำผลงานของท่านมาตอบแทนได้แล้ว ตนจะไปประชุมจีบีซี ก่อน และจะนำผลงานดี ๆ กับมาฝาก” พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าว
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการปิดด่านตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ว่าเป็นการปิดด่านสนิท และยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ หากทราบข้อมูลว่าใครที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ให้นำชื่อและตำแหน่งแจ้งมาที่กองทัพภาคที่ 1 ได้เลย แต่ไม่อยากให้เป็นการอ้างโดยลอย ๆ หากมี เราจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่ปิดไม่สนิทก่อนหน้านี้ เป็นหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของคนไทยเองก็มีที่ไปทำงานที่กัมพูชา แต่ไม่อยากจะระบุว่าไปทำอะไร ในขณะที่คนกัมพูชาก็ถูกผู้นำเขาบังคับให้กลับประเทศ จึงมีการอนุโลม ซึ่งปัจจุบันจำนวนคนที่ต้องการกลับประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชา เบาบางลง แต่หลังจากนั้นทาง ตม. ได้ทำเรื่องมา ว่ามีปริมาณคนเพิ่ม จึงขอดำเนินการต่อทั้ง 2 ประเทศ ขอผ่านด่าน โดยทางกองกำลังบูรพาได้บอกให้ไปรวบรวมรายละเอียด ไม่ใช่ว่าวันนี้อยากจะเข้าออกก็สามารถทำได้ แต่พิจารณาเป็นกรณีไป
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งขณะที่ ตม. กำลังรวบรวมข้อมูล ก็มีการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกันเอง ยืนยันว่า อำนาจในการเปิดปิดด่านทั้งหมด เป็นหน้าที่ของกองกำลังบูรพา ในการจะอนุมัติหรือไม่ ไม่ใช่ ตม. แต่ในระหว่างที่ ตม. กำลังเสนอได้ละเอียด เขาก็เออร์เรอร์กันเอง ซึ่งขณะนี้ ทุกอย่างได้จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปัจจุบันไม่ได้มีการเข้าออกแล้ว
พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ ได้มีการสุ่มซักถามคนกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ และตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ ว่ามีการถ่ายภาพ วิดีโอ หรือนำข้อมูลใด ๆ ของประเทศไทยกลับไปบ้าง พบว่าบางคนเข้าข่ายที่จะเป็นสายลับ จึงมีการขึ้นบัญชีดำไม่ให้กลับเข้ามาอีก ในขณะที่คนไทย ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ถูกสอบสวนว่าไปดำเนินการในสิ่งที่ผิดกฎหมายในกัมพูชาหรือไม่ หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับบ่อนการพนัน ยอมรับว่าทำให้หน่วยงานความมั่นคงได้รับประโยชน์ เช่น พบว่ามีการสะสมโดรนอยู่ในตึก มีสแกมเมอร์อยู่ตามจุดต่าง ๆ
พล.ต.สุรวิชญ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าคนไทยที่ตกค้างบางกลุ่ม เป็นผู้ที่ทำงานในบ่อนการพนัน และบางกลุ่มเป็นผู้ที่เดินทางไปเพื่อเล่นการพนันหรือไม่ โดยระบุว่า ให้ไปถาม ตม. แต่ยืนยันว่าเขาเป็นคนไทย เราต้องให้เขากลับเข้ามา
เมื่อถามว่าปัจจุบันนี้หลังจากปิดด่านคลองลึก ยังมีคนไทยตกค้างอยู่หรือไม่ พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม ตม. ส่วนจะเดินทางกลับทางอื่นหรือไม่ ตนไม่ทราบ
เมื่อถามว่าในเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จะมีการเปลี่ยนม้ากลางศึกและเปลี่ยนแม่ทัพหรือไม่ รวมถึงนโยบายของกองทัพจะดำเนินต่อไปหรือไม่ พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เรื่องของระบบหรือนโยบายต้องมีความชัดเจน เพราะบางอย่างเราต้องทำตามกรอบหรือเจตนารมณ์ของกองทัพ และต่อไปนี้เชื่อว่าจะมีกรอบนโยบายระดับชาติ เหมือนที่มีการตั้งคำถามว่าในระดับรัฐบาลมีการตั้งมาตรฐานอย่างไรเช่นกัน
ส่วนขณะนี้ได้มีการนำส่งปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ในฝั่งของกองทัพภาคที่ 2 แล้ว เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เรากำลังรวบรวมข้อมูลให้ได้ข้อตกลงกัน และต้องทำข้อตกลงกับกัมพูชาให้ได้ในระดับหนึ่งก่อน เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้



