สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่า การประกาศดังกล่าวทำให้รัฐฟลอริดา ซึ่งเอนเอียงไปทางฝ่ายอนุรักษนิยม กลายเป็นศูนย์กลางของการต่อสู้ระดับชาติที่รุนแรงขึ้น ขณะที่นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ ผลักดันให้ประเทศออกห่างจากแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยชีวิต

อดีตเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐในปัจจุบัน จำนวนมากกว่า 1,000 คน ลงนามในจดหมายตำหนิสภาคองเกรส โดยกล่าวหาว่า เคนเนดีทำให้สุขภาพของชาวอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยง และเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ รัฐต่าง ๆ ที่นำโดยพรรคเดโมแครต ทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐวอชิงตัน และรัฐออริกอน ยังระบุว่า พวกเขากำลังจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อออกแนวทางการสร้างภูมิคุ้นกันของตนเอง โดยให้เหตุผลว่ามีความจำเป็นในการต่อต้าน “การทำให้เป็นการเมือง” ในระดับรัฐบาลกลาง

ด้าน นพ.โจเซฟ ลาดาโป แพทย์ใหญ่ของรัฐฟลอริดา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขของรัฐฟลอริดา ร่วมกับนายรอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา จะดำเนินการเพื่อยกเลิกคำสั่งฉีดวัคซีนทั้งหมดในรัฐ พร้อมกับเสริมว่า คำสั่งทุกฉบับล้วนผิดพลาด รวมถึงเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม และความเป็นทาส

ขณะเดียวกัน เดอซานติสกล่าวว่า พรรครีพับลิกันจะนำเสนอ “แพ็กเกจใหญ่ทางการแพทย์” ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทำให้การเปลี่ยนแปลงคำสั่งฉีดวัคซีนกลายเป็นกฎหมาย

หากมีการบังคับใช้กฎหมายข้างต้นอย่างเต็มรูปแบบ รัฐฟลอริดาจะกลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐ ที่ยกเลิกข้อกำหนดการฉีดวัคซีนในโรงเรียน ซึ่งได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานว่า มันสามารถกำจัดโรคที่เคยพบบ่อยในเด็ก เช่น โรคหัด โรคคางทูม โรคหัดเยอรมัน โรคโปลิโอ และโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี.

เครดิตภาพ : AFP