เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีการโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ โดยย้ำว่า หลังจากมีกระแสข่าวโยกย้ายเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ตนได้ชี้แจงไปแล้วในเรื่องของเหตุผลความจำเป็น แต่จนถึงขณะนี้ นายราเชน ยังพูดถึงสาเหตุของการโยกย้ายตำแหน่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และชี้แจงในหลายประเด็น เพื่อพยายามสื่อให้เห็นว่า การที่ตนโดนปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เป็นสาเหตุมาจากกรณีที่หลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารนกแอร์ พยายามติดต่อพบนายราเชน แต่นายราเชนไม่ให้พบ อีกทั้งยังเปิดหลักฐานไทม์ไลน์การโทรศัพท์ติดต่อขอพูดคุยหลายวัน ในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2568 ถึง 19 เมษายน 2568
นายสุริยะ ยืนยันว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนว่าหลานของตนติดต่อขอเข้าพบอธิบดีกรมฝนหลวงฯ แต่หลังจากเป็นข่าว ตนได้สอบถามไปยังหลานของตน ได้รับการยืนยันว่าติดต่อขอเข้าพบอธิบดีกรมฝนหลวงฯ จริง แต่ยังไม่ได้เข้าพบพูดคุยกัน เพราะวันที่นัดเจอกันไม่ได้ไปเอง แต่เป็นทีมงานที่ไปกันทั้งหมด 3 คน แต่อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ไม่ให้เข้าพบ เพราะว่าไม่ใช่คนที่นัดหมาย และเกรงว่าจะเป็นการหลอกลงทุน จากนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน เพราะเข้าใจว่าเป็นการบริหารจัดการธุรกิจของหลานชาย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตน ย้ำว่าครอบครัวแยกกันทำธุรกิจ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง
ทั้งนี้ หากตนรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการติดต่อกัน ตนก็คงจะบอกให้อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ติดต่อพูดคุยกัน เพื่อรับฟังรายละเอียด เผื่อมีเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน แต่หลังจากพบพูดคุยกัน ตนก็จะสั่งปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานอธิบดีกรมฝนหลวงฯ อยู่ดี เพราะการสั่งโยกย้ายไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว แต่เป็นความเหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ต้องการคนที่มีความสามารถและไฟแรงเข้ามาแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร ณ เวลานี้ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ข้าราชการกระทรวงอาจใกล้อายุเกษียณราชการ อาจจะใส่เกียร์ว่าง ไม่เต็มที่ต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พร้อมขอตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่ออธิบดีกรมฝนหลวงฯ ไม่อนุญาตให้หลานของตนเข้าพบ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานของตนของานซ่อมเครื่องบินจากกรมฝนหลวงฯ
ส่วนประเด็นการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงก่อนเกษียณราชการ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมนั้น นายสุริยะยืนยันว่า ตั้งแต่ตนทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ยอมรับว่าโยกย้ายข้าราชการไปหลายกระทรวง ไม่มีข้าราชการคนไหนตั้งคำถามถึงเรื่องความเป็นธรรม มีเพียงนายราเชนคนเดียวที่เกิดความขัดแย้ง และการโยกย้ายครั้งนี้ก็ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องประเด็นส่วนตัว หรือทางการเมืองแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่นายราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออก ว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น นายสุริยะ ระบุว่า มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ตนไปบีบอะไร ขอให้นายราเชนชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง หรือข้อมูลเท็จ ตนถือว่าได้รับความเสียหาย ย้ำว่า ต่อจากนี้หากนายราเชนยังไม่หยุดพาดพิง จะดำเนินการฟ้องคดี และหากเห็นว่ากรณีที่เป็นข่าวไม่เป็นธรรมกับนายราเชน ก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับตนได้
สำหรับการโยกย้ายตำแหน่งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการล้างบางคนเก่าของพรรคการเมืองเดิมหรือไม่นั้น นายสุริยะ กล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้อยู่ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนก็ไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องการล้างบาง เพราะข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องไปย้ายใคร เพราะเป็นคนของพรรคใดพรรคหนึ่ง
ส่วนกรณีที่นายราเชนเตรียมที่จะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรม จะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น นายสุริยะ กล่าวว่า นายราเชนพูดเองว่า ที่ถูกสั่งย้ายเพราะไม่ให้หลานชายพบ จึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง และยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางพรรคกล้าธรรม
นอกจากนี้ กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการเรียกนายราเชนไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณ ก่อนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีนั้น นายสุริยะ ยอมรับว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มีการสั่งการให้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรียกคุยข้าราชการประจำกระทรวงเกษตรฯ จริง เพื่อสอบถามนโยบายเพื่อเสนองบประมาณฯ แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณแต่อย่างใด เพียงแต่สอบถามตามที่สำนักงบประมาณให้ตรวจสอบความจำเป็น หรือไม่อย่างไร หรือต้องการปรับปรุงส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งตนก็ยืนยันไปตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน
ส่วนเมื่อวานนี้ มีการประชุมงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งนายราเชนได้เข้าประชุมด้วย ก็ไม่ได้พูดคุยกัน อาจเป็นเพราะมีข้าราชการอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็เคยบอกแล้วว่า นายราเชนข้องใจในประเด็นไหน ห้องของตนเปิดตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้เกิดจากสาเหตุมีการร้องเรียนถึงการบริหารงานของนายราเชน โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคลที่มีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีเรื่องการใช้เครื่องบินฝนหลวงอำนวยความสะดวกให้พวกพ้อง ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการร้องเรียนการทุจริตในโครงการต่างๆ ภายในกรมฝนหลวงฯ โดยที่ผ่านมา มีการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและซ่อมสร้าง ที่ส่อไปในทางทุจริตในหลายโครงการ จึงเป็นสาเหตุทำให้นายราเชนถูกโยกย้ายตำแหน่งในครั้งนี้



